- 27 มี.ค. 2560
น่าคิด!! "สนธิญาณ"ถาม "ทักษิณ"หายไปไหน..?? เหตุเงียบเพราะเกี่ยวข้องกับแดงนอกรีด หรือ ละอายใจที่ไม่เคยเตือน??
หลังจากการที่นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม บรรณาธิการอำนวยการ สำนักข่าวทีนิวส์ ได้ออกมาตั้งคำถามจากกระแสการเมืองที่ร้อนระอุอยู่ขณะนี้คือการจับกุมเครือข่ายโกตี๋พร้อมอาวุธสงครามจำนวนมาก โดยอาวุธเหล่านั้นอาจจะมีความเชื่อมโยงกับการชุมชนมปี 53 และยังเชื่อมโยงไปถึงโกตี๋ ผู้ที่มีแนวคิดที่จะเปลี่ยนการปกครองเป็นสหพันธรัฐไทย ทั้งนี้นายโกตี๋ได้หลุดปากเอ่ยชื่อนาย จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ออกมาจนทำให้เกิดมาเชื่อมโยงต่างๆนาน โดยกลุ่มคนเหล่านี้หรือที่เรียกกันรวมๆว่า กลุ่มคนเสื้อแดง ที่ล้วนแต่มีผู้นิยมชมชอบในตัวนายทักษิณ ชินวัตร จากเหตุการดังนั้นจึงเกิดคำถามว่า "ทักษิณหายไปไหน ?"
จากคำถามนี้ สามารถแบ่งเป็นประเด็นที่โดยอาจตีความได้ทั้ง2ทาง คือ "หายไปเพราะเกี่ยวข้องกับคนพวกนี้" หรือ "หายไปเพราะไม่ได้ออกมาตักเตือนคนพวกนี้" จะเป็นเพราะเหตุผลอะไรก็ตามแต่..
โดยข้อเท็จจริงด้านหนึ่งต้องพิจารณาก็คือ นายทักษิณไม่เคยออกมาตักเตือนกลุ่มคนเหล่านี้เลย คำตักเตือนจากปากของนายทักษิณไม่เคยได้ยินในที่สาธารณะแต่อย่างใด ถึงการกระทำอันไม่สมควร ซึ่งหากย้อนกลับไปขณะที่มีการชุมนุมของคนเสื้อแดง กลุ่มคนเหล่านนี้ก็มาร่วมชุมนุมเช่นกัน และตัวของนายทักษิณเองก็มีบทบาทด้านแกนนำอย่างชัดชัดเจนตั้งแต่ไหนแต่ไรมา แต่สิ่งที่ปรากฏคือนายทักษิณ ไม่เคยพูดห้ามปรามหรือตักเตือนกลุ่มคนเหล่านี้เลย
ในระหว่างที่ปากก็พูดไปว่าตนเองนั้นมีความจงรักภักดี ปกป้องสถาบัน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยออกมาระบุว่า ตนถูกใส่ร้ายมาตลอดโดยเฉพาะประเด็นความไม่จงรักภักดี จึงขอยืนยันว่าไม่เคยแม้แต่จะคิดกล่าวว่าร้ายเจ้านายทุกพระองค์ เพราะตนเป็นคนที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบรมวงศานุวงศ์มาโดยตลอด แต่กับพักพวกตัวเองอาทิเช่น
นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่ก็เคยถูกดำเนินคดีในการกระทำความผิดมาตรา 112
คดีนี้เกิดขึ้นจากกรณีที่ นายจักรภพ กล่าวคำบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ เรื่องประชาธิปไตยกับระบบอุปถัมภ์ ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย เมื่อปี 2550 โดยมีเนื้อหาการบรรยายที่เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112
หรือ มนูญ ชัยชนะ หรือ เอนก ชัยชนะ หรือ เอนก ซานฟราน เมื่อครั้ง นายทักษิณ บินมาเยือนนครซานฟรานซิสโกในเดือนสิงหาคม 2555 นายเอนก ได้เปิดร้านอาหาร King of Thai Noodle สาขานอร์ทบีชของตนให้นายทักษิณใช้รับประทานอาหารค่ำกับคณะนักธุรกิจเอเชีย-อเมริกัน ด้วย
ได้ปิดร้านอาหารตั้งแต่เวลา 19.00 น. เพื่อจัดงานเลี้ยงต้อนรับนายทักษิณเป็นการส่วนตัว โดยมีการขึ้นป้ายภายในร้านว่า ‘คนเสื้อแดงซานฟรานฯ ยินดีต้อนรับ ฯพณฯ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร’ โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงในซานฟรานฯ เดินทางเข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด...”
นอกจากนี้ ที่ร้านอาหารดังกล่าวของนายเอนกยังใช้เป็นที่เปิดตัวสำนักงานองค์กรภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน หรือทีเอเอชอาร์ (The Thai Alliance for Human Rights : TAHR) เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความช่วยเหลือเรื่องสิทธิมนุษยชนของคนไทยทั่วโลกที่อยู่ในต่างประเทศและในประเทศไทย ซึ่งมีนายเพียงดิน รักไทย ดำรงตำแหน่งประธาน ทั้งนี้ไม่เพียงนายเพียงดิน ซึ่งมีชื่อกระฉ่อนในการจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูงที่รู้จักสนิทสนมกับนายเอนก แต่ยังมี นายชูพงศ์ ถี่ถ้วน “โรส ฉัตรวดี” หรือ น.ส.ฉัตรวดี อมรพัฒน์ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลซึ่งหลบหนีหมายจับคดีหมิ่นเบื้องสูง
ทั้งนี้จึงเกิดข้อสงสัยว่า เพราะอะไรทำไมนายทักษิณถึงไม่ห้าม แต่กลับมีความสนิทสนม และสัมพันอันดีกับกระบวนการแบบนี้อย่างนั้นหรือ??
