- 29 มี.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
คดีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ที่อนุญาตให้บริษัทสร้างภาพยนตร์เรื่อง เดอะบีช ภาพยนตร์ชื่อดังจากฮอลลีวูด มาถ่ายทำบนอ่าวมาหยา เมื่อหลายปีก่อน กลับมามีความเคลื่อนไหวในการพิจารณาคดีที่สำคัญอีกครั้ง เมื่อผู้พิพากษาได้ลงเดินเผชิญสืบในพื้นที่ในคดีสิ่งแวดล้อมเป็นครั้งแรก โดยการพิจารณาคดีดังกล่าวได้รับการเปิดเผยจาก
นายประเสริฐพงศ์ ศรนุวัตร ผู้ประสานงานการสืบพยานคดี เปิดเผยว่า มีความหวังจะเป็นฝ่ายชนะคดี หลังจากศาลชั้นต้น ได้ทำการสืบพยานทั้งฝ่ายโจทย์และจำเลยแล้วเสร็จ เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เนื่องจาก ฝ่ายจำเลย ยอมรับว่า หลังจากกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องเดอะบีชถ่ายทำเสร็จ ก็ได้มีการฟื้นฟูสภาพพื้นสภาพพื้นที่บนอ่าวมาหยา โดยศาลเพ่งแผนกคดีธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะตัดสินคดีในเร็วนี้
นายประเสริฐพงศ์เปิดเผยว่า นับเป็นคดีสิ่งแวดล้อมที่ กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังศาลชั้นต้น รับคำฟ้องเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2555 จากความพยายามยื่นฟ้องตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โดยคดีนี้ศาลใช้วิธีลงพื้นที่เดินเผชิญสืบ หรือหาหลักฐานด้วยตัวเอง เมื่อปี 2556 ซึ่งนักกฎหมาย สภาทนายความ บอกว่า จะเป็นคดีตัวอย่าง เพราะไม่บ่อยครั้งที่ศาลใช้วิธีหาหลักฐานด้วยตัวเอง โดยไม่อนุญาตให้ สื่อมวลชน บันทึกภาพ แม้เป็นการเดินเผชิญสืบ แต่มีความสำคัญไม่ต่างกับห้องพิจารณาคดี ภายในศาล แต่ขณะนั้น ระยะเวลาที่ล่วงเลยมานานถึง 14 ปี อาจไม่เห็นความเสียหายมากนัก
สำหรับอ่าวมาหยา หมู่เกาะพีพี ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ได้ชื่อว่ามีธรรมชาติที่สวยงาม จากหน้าผาที่โอบล้อม ในอดีตมีตะกอนทรายทับถมรวมกันกลายเป็นหาดละเอียด แต่ภายหลังการถ่ายทำหนังเรื่องเดอะบีช ที่ใช้แพขนานยนต์ไปเทียบ เพื่อขนย้าย เครื่องจักรกลขนาดใหญ่ขึ้นฝั่ง เมื่อปี 2542 พบว่าสันทรายเกิดรอยเว้า ถูกน้ำทะเลกัดเซาะ นอกจากนี้ การปรับพื้นที่ปลูกต้นมะพร้าว และสร้างที่พักชั่วคราว ยังทำลายพืชประจำถิ่น ทำลายความสวยงามมาจนถึงปัจจุบัน
