- 30 มี.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาต(คสช.) กล่าวว่า ก่อนเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ตนเห็นมีการลงนามจำนวนมาก จึงคิดว่าเราควรเป็นมหาอำนาจไปนานแล้ว แต่ลงนามแล้วกลับไม่ทำหรือทำน้อยมาก รัฐบาลไปดึงสิ่งเหล่านั้นมาทำจึงดูเหมือนไม่สำเร็จสักเรื่อง ซึ่งจะสำเร็จได้อย่างไรเพราะมาเริ่มการเริ่มต้นที่เป็นลบ จึงขอให้เข้าใจด้วย ทั้งนี้แม้ตนมีสติปัญญาน้อย แต่ต้องการขับเคลื่อน หากไม่สานต่อสิ่งที่เราทำวันนี้ทุกอย่างก็จะกลับไปทีเดิมหรือแย่กว่าเดิม ซึ่งตนพูดตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2557 ว่าต้องพยุงที่สิ่งกำลังจะล้มให้ได้ก่อน เหมือนการใส่หิน ปูน ทราย เพื่อพยุงให้ได้ภายใน 2 ปี และปีที่ 3 จึงเริ่มใส่เหล็กเพื่อให้ตั้งตรงให้ได้
"เดี๋ยวผมก็ต้องไปสู้รบ อธิบายเพิ่มเติมเรื่องพลังงานเยอะแยะไปหมด เพราะอยู่ในพื้นฐานความไม่ไว้วางใจ วันนี้มันต้องหยุดได้แล้ว ต้องไว้วางใจผม ผมเอาชีวิตผมยืนยันอยู่นี่ ยืนยันว่าผมจะไม่ปล่อยปละละเลยให้ใครมาได้ประโยชน์ และยืนยันอีกครั้งว่าทหารไม่มุ่งหวังไปมีบทบาทด้านพลังงานเลย ไม่มีในความคิดเลย ใครคิดขึ้นมาผมก็ไม่อนุญาตอยู่แล้ว จึงขอให้เชื่อมั่นในกระบวนการ บางครั้งการพูดจาไปเรื่อยเปื่อยก็หลุดออกไปทำให้เกิดปัญหา บางอย่างเป็นการพูดคุยหารือในวงเล็ก กลับมาพูดในวันนี้ มันก็สับสนอลม่านไปหมด วันนี้เรารับฟังความคิดเห็นประชาชนเข้ามาประกอบด้วย อะไรผิดทำนองคลองธรรม ดูแล้วส่อให้เสียประโยชน์ ผมไม่ทำอยู่แล้ว ขอฝากผู้ว่าฯ และหัวหน้าส่วนราชการช่วยทำความเข้าใจด้วย"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
โดยภายหลังพิธีลงนามพล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กรณีพ.ร.บ.ปิโตรเลียม โดยได้ยื่นเอกสาร "คำชี้แจงสื่อมวลชนกรณี พ.ร.บ.ปิโตรเลียม" และกล่าวสั้นๆ ว่า เตรียมไว้แล้วและเขียนด้วยตัวเองเมื่อเช้านี้ ส่วนกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ที่รัฐสภา และอาจจะเดินทางมาทำเนียบรัฐบาลนั้น หากมาแล้วทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดี ไม่ใช่เอากฎหมู่มาอยู่เหนือกฎหมายตลอด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เอกสารดังกล่าวประกอบด้วยคำชี้แจงของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว 9 ข้อ แผนภาพแสดงช่วงเวลาดำเนินการ และลำดับความเป็นมาทั้งหมด โดยมีเนื้อหาระบุว่า "รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องเสนอกฎหมายพ.ร.บ.ปิโตรเลียม เพื่อรองรับสัมปทานที่จะหมดอายุลง และเพื่อให้มีการดำเนินการบริหารจัดการได้ทั้งระบบสัมปทาน และ ระบบแบ่งปันผลผลิตหรือ psc ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ ส่วนการให้จัดตั้ง "บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ NOC" นั้น ซึ่งครม. ให้ความเห็นชอบเพิ่มหลักการ ได้ในขั้นกรรมาธิการ เพราะไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง และยืนยันว่าเป็นการรวบรวมความคิดเห็นจากทุกฝ่ายและรัฐบาลต้องการให้พ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่านไป โดยไม่มีข้อขัดแย้ง จึงต้องมีการศึกษาในรายละเอียดก่อน และให้ดำเนินการได้ "เมื่อพร้อม" เท่านั้น แต่จะเป็นเมื่อไหร่ ขึ้นอยุ่กับการพิจารณาของสนช.
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวหา ว่ารัฐบาล คสช. นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี คณะกรรมาธิการ ทหาร หวังจะมีผลประโยชน์ ในเรื่องของการให้กรมพลังงานทหาร เป็นผู้ดำเนินการ ข้อกล่าวหาเหล่านี้ รัฐบาล คสช. นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ทราบเรื่องดังกล่าว และหากมีก็ไม่อนุมัติอยู่แล้ว ส่วนการที่มีผู้ยกเรื่องนี้ออกมาเป็นประเด็น ทางรัฐบาล คณะรัฐมนตรี จะให้ฝ่ายกฎหมายได้สอบสวนว่า เกิดอะไรขึ้นเพราะทำให้เกิดความเสื่อมเสียกับรัฐบาล คสช. ทหาร อย่างร้ายแรง มีการโพสต์ข้อความสร้างการดูหมิ่นเกลียดชังรัฐบาล
ทั้งนี้ยืนยันว่า จะไม่ให้มีใครได้รับผลประโยชน์ นอกจากประเทศชาติ และประชาชน และต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยการพิจารณาของสนช. และจะไม่ให้หน่วยงานทหารเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยเด็ดขาด และการทำหน้าที่จัดการพลังงาน เป็นหน้าที่ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ซึ่งมีหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของชาติ และความมั่นคงด้านพลังงาน ของประเทศรวมถึงการควบคุมกำหนดการจัดหาพลังงานอยู่แล้ว ว่าจะทำในระบบใดไม่ใช่ปตท. ที่เป็นรัฐวิสาหกิจ โดยมีกระทรวงการคลังถือหุ้นเกินร้อยละ 50 ที่จะดำเนินการในเรื่องของธุรกิจพลังงาน เพื่อเป็นการเสริมรายได้ผลตอบแทนของรัฐบาล และผู้ถือหุ้นเท่านั้น
