- 01 เม.ย. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
จากกรณีรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้มีการตรวจสอบโครงการทุจริตรับจำนำข้าวของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีมูลค่าความเสียหลายหลายแสนล้านบาท โดยมีการแยกสอบในส่วนนักการเมือง และข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งภาคเอกชน สำหรับนักการเมืองก็มีการเรียกค่าเสียหายไปแล้วอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลปกครองเพราะผู้ถูกกล่าวหาได้ยื่นเรื่องคุ้มครองชั่วคราว ส่วนคดีอาญาอยู่ระหว่างศาลฏีกานักการเมืองไต่สวนนำสืบพยานโจทก์และจำเลย และข้าราชการเจ้าหน้าที่รัฐเอกชนเป็นหน้าที่ของปปท.ในการเข้าไปตรวจสอบหาผู้เกี่ยวข้องแยกเป็น 986 สำนวน
ล่าสุดวันนี้( 1เมย.60) นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวว่าหลังจากคณะอนุกรรมการไต่สวนความผิดทางอาญากับเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการรับจำนำข้าวได้ตรวจสอบพยานหลักฐานและเอกสารตามสำนวนการสอบจำนวน 986 สำนวนคดี พร้อมทยอยเรียกสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าให้ปากคำแล้ว ซึ่งหลังจากการสอบสวนดำเนินไปกว่าครึ่งทาง คณะอนุกรรมการฯได้ชี้มูลความผิดผู้เกี่ยวข้องได้ส่วนหนึ่งแล้วโดยเมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมาตนได้ลงนามในคำสั่งเพื่อส่งรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาให้ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการทางวินัย และอาญากับเจ้าหน้าที่รัฐระดับปฎิบัติการขององค์การคลังสินค้า (อ.ค.ส) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก) เบื้องต้นมีจำนวน 158 คนและภาคเอกชนอีก 144 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเจ้าของโกดังและกลุ่มเซเวย์เยอร์ รวมทั้งหมด 302 คน ซึ่งส่วนที่เหลือยังอยู่ระหว่างการไต่สวนและตรวจสอบเพิ่มเติม
ทั้งนี้ เลขาธิการฯปปง. ยังกล่าวอีกว่า จำนวนนี้มีเจ้าหน้าที่บางรายที่เป็นหัวหน้าคลังสินค้า แต่รับผิดชอบในหลายโกดังกระทำความผิดในเรื่องดังกล่าวต่างกรรมต่างวาระถึง 40 ครั้ง และขณะนี้ทั้ง 302 รายชื่อป.ป.ท.ได้ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมกรรมทางการเงินแล้วพร้อมขยายผลถึงข้าราชการระดับสูงที่รับผิดชอบ หากพบความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องระดับนโยบายจะต้องส่งให้ป.ป.ช.ดำเนินการ
อย่างไรก็ตามถ้าไม่มีประเด็นสอบเพิ่มเติมคาดว่าในเดือนมิถุนายนนี้จะสามารถสรุปสำนวนได้แล้วเสร็จทั้งนี้คดีดังกล่าวมีมูลค่าความเสียหายที่รัฐจะต้องเรียกเงินคืนสูงถึง 115,000 ล้านบาท สำหรับการดำเนินคดีอาญาและเอาผิดทางวินัยจะยังไม่มีการฟ้องทางเพ่งเพื่อเรียกเงินคืนจนกว่าปปง.จะสอบเส้นทางการเงินแล้วเสร็จ
