แฉลึก!!"วรกร" ทนายผู้นัดชุมนุมใหญ่"ต้านห้ามนั่งกระบะ" ที่แท้"แดงอ่อนๆ" เคยช่วย"กี้ร์-แดงปีนตึก"มาแล้ว แถมเป็นทนายให้พ่อค้ายา"ไซซะนะ"เสียอีก

ติดตามข่าวสารที่ www.Tnew.co.th

 

อารมณ์ เคนหล้า สำนักข่าว Tnews

 

ตีความเป็นอื่นได้หรือ กับการที่ "นายวรกร พงศ์ธนากุล" ประธานสมาพันธ์ทนายความแห่งประเทศไทย ออกมาโพสต์คลิปเชิญชวนประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายห้ามนั่งท้ายรถกระบะรวมถึงนั่งในแค็บ ให้ไปรวมตัวกันที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันจันทร์ที่ 10 เม.ย. 2560 เวลา 10.00 น. เพื่อแสดงจุดยืนเรียกร้องรัฐบาลให้ยกเลิกกฎหมายดังกล่าว โดยอ้างว่าไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทย ทั้งที่รัฐบาลก็ยอมถอยเรื่องนี้แล้ว หลังกระแสต้านก่อตัวทั่วประเทศ โดยนายกฯ "บิ๊กตู่" ถึงกับประกาศขอโทษประชาชนในเรื่องนี้ด้วยตัวเอง


เรื่องนี้จึงตีความเป็นอื่นได้ยาก...หากการระดมชุมนุมใหญ่ในครั้งนี้ ...ไม่แฝงไปด้วยนัยยะทางการเมือง...ก็ดูจะมองการเมืองไทยแบบตื้นเขินไปหน่อย ยิ่งมารู้ว่า "นายวรกร พงศ์ธนากุล" เป็นใครมาจากไหน...ภาพของการหวังผลทางการเมือง-ดิสเครดิตรัฐบาลยิ่งแจ่มชัด

โดยอาชีพ นายวรกร พงศ์ธนากุล เป็น "ประธานสมาพันธ์ทนายความแห่งประเทศไทย" ย้ำ..."สมาพันธ์ทนายฯ" ไม่ใช่ "สภาทนายฯ" ที่เกียรติภูมิเลื่องลือ เพราะเป็นทนายที่ช่วยว่าความให้แก่ประชาชน ผู้ไม่มีโอกาสเข้าถึงความยุติธรรม เหตุขัดสนด้านเงินทอง...ดังนั้น อย่าสับสนเรื่องนี้...สมาพันธ์ฯ คือสมาพันธ์ 

 

 

นอกจากนี้ หากสำรวจลึกลงไปอีก จะพบจิ๊กซอว์สำคัญว่า ทำไม "วรกร" จึงขันอาสามาเป็นหัวหอกเรื่องนี้ เพราะครั้งหนึ่งเขาเป็นหนึ่งทีมทนายความให้กับ "นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง" แกนนำแดงฮาร์ดคอร์ ในคดีที่ "นายศิริโชค โสภา" อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์  ยื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และทำให้ได้รับความเสื่อมเสียเมื่อปี 2553 โดยนายอริสมันต์ ใส่ร้าย อดีต ส.ส. ประชาธิปัตย์ว่า เข้าไปแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ทั้งที่ประเด็นนี้ กกต.ได้มีมติยกคำร้องไปแล้ว 

 

ไม่เพียงแต่เท่านั้น เขายังเป็นทนายความของ "นายไซซะนะ แก้วพิมพา" นักค้ายาเสพติดชาวลาว ซึ่งถูกจับกุมตัวได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยนาย "วรกร" ให้เหตุผลสั้น ๆ ของการเป็นทนายให้แก่นักค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่นี้ว่า..."ตนมีพยานหลักฐานสำคัญ ที่พร้อมต่อสู้ในคดีนี้"...ซึ่งสวนทางกับสิ่งที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุอย่างสิ้นเชิง และดูจะสวนกับความรู้สึกของสังคม จนทำให้เขาก็ถูกจับตามองนับแต่นั้น


 

 

และยิ่งหากแกะจากคำพูดของเขาที่ให้สัมภาษณ์ล่าสุดต่อกรณีนี้ผ่านสื่อสำนักหนึ่ง (เดลินิวส์ออนไลน์) โดยพยายามอ้างแบบสวยหรูว่า "ประชาชนต้องช่วยกันทวงสิทธิ์ เรียกร้อง ไม่เช่นนั้นต่อไปก็จะทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากรัฐบาล และตำรวจก็จะมาอ้างว่าก็ผ่อนผันไปแล้วหนึ่งปี ฉะนั้น หากใครอยากได้สิทธิ์ก็ต้องเรียกร้องกันตั้งแต่วันนี้ ไม่เช่นนั้นก็ต้องรับกรรมในอนาคต จากการประเมินคาดว่าในวันที่ 10เม.ย.จะมีคนร่วมเดินทางไปเรียกร้องประมาณ 4-5 พันคน ซึ่งมาถึงวันนี้ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว เพราะคุณทำให้ประชาชนเดือดร้อนขนาดนี้ ถ้าคุณจับคุณก็อยู่ไม่ได้ หรือถ้าคุณยิง มีคนตายก็จบ" 

 

เขาให้เหตุผล...อย่างไรก็ดี ต่อให้เป็นคนโง่เขลาเบาปัญญา ก็มองออกว่าคำพูดทิ้งท้ายของเขานั้นมันแฝงฝังอะไรบางอย่างคล้าย ๆ กับความต้องการของแกนนำแดง...ที่พยายามปลุก "ม็อบคนเสื้อแดง" ให้ลงมาสู่ท้องถนน...เพื่อต่อสู้กับรัฐบาลที่เป็นปรปักษ์กับระบอบทักษิณ แล้วหวังถึงขั้น..."ถ้าคุณจับคุณก็อยู่ไม่ได้ หรือถ้าคุณยิง มีคนตายก็จบ"...เหมือนกับที่เขาพูด...ไม่มีผิดเพี้ยน

 

เหตุนี้...การโผล่มาเป็นหัวหอกปลุกระดมต้าน คสช. ในครั้งนี้ของเขา (ทั้งที่รัฐบาลถอยแล้ว) จึงนับว่ามีพิรุธอย่างยิ่ง และยากที่จะตีความเป็นเรื่องอื่น...หากไม่ใช่ประเด็นการเมือง ที่หวังจะดิสเครดิตรัฐบาลที่อยู่คนละขั้วกับตัวเขา...แถมดีไม่ดีหวังถึงขั้น "ถ้าคุณยิง มีคนตายก็จบ" อย่างที่เขาแอบหวังอยู่ลึก ๆ ก็เป็นได้