- 10 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ ( 10 เม.ย.) พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 เม.ย. นี้ ทาง กมธ.สื่อสารมวลชน จะประชุมเพื่อสรุปร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ...พร้อมกับทบทวนรายละเอียดในบางประเด็น อาทิ สัดส่วนของคณะทำงานเพื่อเตรียมการจัดตั้งสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ ที่จะให้มาจากตัวแทนองค์กรสื่อมวลชนประจำภูมิภาค 2 ตำแหน่ง ที่มีประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับความเป็นตัวแทนอย่างแท้จริงว่า ตำแหน่งหรือองค์กรสื่อมวลชนภูมิภาคใดที่เหมาะสม เนื่องจากประเทศไทยมีสื่อมวลชนหลายภูมิภาค ทั้งนี้มี 2 แนวทางพิจารณา คือ ให้มีอยู่ แต่ต้องพิจารณาองค์กรและตัวแทนที่เหมาะสม และ ไม่ให้มีอยู่เพราะมองว่าตัวแทนที่มาจากสภาวิชาชีพสื่อมวลชน ทั้ง สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ, ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์, สมาพันธ์วิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และ สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ล้วนมีสื่อมวลชนภูมิภาคประจำอยู่
พล.ต.ต.พิสิษฐ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับประเด็นที่กมธ.วิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) ท้วงติงให้ปรับแก้ไขประเด็นต่างๆ มีข้อสรุป คือ 1.ให้มีสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ เพื่อเป็นองค์กรกลางของสื่อมวลชนที่ตรวจสอบการทำงานและประเด็นจริยธรรม 2.กรรมการของสภาวิชาชีพฯ ได้ปรับรายละเอียดให้มีตัวแทนจากภาครัฐ จำนวน 2 คน คือ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม จากเดิมที่มีตัวแทนภาครัฐ 4 คน ขณะที่ตำแหน่งอื่นๆ ประกอบด้วย ผู้แทนสมาชิกสภาวิชาชีพ จำนวน 7 คน ผู้แทนคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้แทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และกรรมการอื่นอีกจำนวน 4 คน และ 3.การออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ยืนยันว่าเป็นประเด็นสำคัญที่ ผู้สื่อข่าวต้องมีใบอนุญาต แต่รายละเอียดรวมถึงหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตนั้น จะให้สภาวิชาชีพสื่อมวลชนกำหนด
อย่างไรก็ตาม ในบทเฉพาะกาลเรื่องนี้เขียนให้ สื่อมวลชนทุกคนต้องมีใบอนุญาต แต่หากใครไม่มีแล้วมาทำหน้าที่สื่อมวลชน อาจมีโทษได้ คือ จำคุก 2 ปี ปรับ 6 หมื่นบาท ทั้งนี้ในช่วง 2 ปีแรกที่อยู่ระหว่างจัดตั้งสภาวิชาชีพฯ ได้ให้ความคุ้มครองสื่อมวลชนในปัจจุบันให้ถือว่าได้รับใบอนุญาตโดยอนุโลม แต่ต้นสังกัดต้องออกใบรับรอง และหลังจากที่จัดตั้งสภาฯ แล้ว ภายใน 2 ปี สื่อมวลชนทุกคนทั้งเก่า และ ใหม่ต้องเข้ารับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพฯ ซึ่งมีจะมีกระบวนการสอบ รวมถึงเข้ารับการอบรม
