- 11 เม.ย. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
สืบเนื่องจากศาลปกครองกลาง โดยองค์คณะตุลาการเสียงข้างมาก มีคำสั่งให้ยกคำขอของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและจำเลยคดีโครงการจำนำข้าวในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้ฟ้องคดีปกครอง ที่ขอให้ศาลปกครองสั่งทุเลาการบังคับคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 59 ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากเหตุขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ( กขช.) ปล่อยให้เกิดความเสียหายโครงการรับจำนำข้าวโดยเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดแก่ราชการตามอำนาจหน้าที่ เป็นเหตุให้กระทรวงการคลังได้รับความเสียหาย มูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาทเศษ
โดยศาลพิเคราะห์เห็นว่า การที่ศาลจะมีอำนาจออกคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาทในระหว่างพิจารณาคดีได้นั้น ต้องมีเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนดไว้ 3 ประการ เกิดขึ้นครบถ้วนกล่าวคือ (1) คำสั่งพิพาทน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย (2) การให้คำสั่งพิพาทมีผลใช้บังคับต่อไป จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง และ (3) การทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาท ไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่บริการสาธารณะ
ล่าสุดในคำพิพากษาฉบับเต็มของศาลปกครองกลาง มีการระบุรายละเอียดบางส่วนในสำนวนคำร้องที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยกเป็นข้ออ้างเพื่อต่อสู้คดีและขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการอายัดทรัพย์สินดังกล่าว ว่า “ คำสั่งเรียกเก็บค่าเสียหายดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก ซึ่งไม่สามารถชดใช้ได้ และมีการกำหนดความรับผิดที่ไม่มีความชัดเจน หากมีการยึดทรัพย์แล้วขายทอดตลาด จะทำให้ตกเป็นบุคคลล้มละลาย โดยไม่จำเป็นต้องมีคำพิพากษาของศาล ทั้งที่ทรัพย์สินดังกล่าวได้มาก่อนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยสุจริต และหลังจากพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ไม่ได้ประกอบอาชีพอื่นใด ปัจจุบันมีรายได้จากดอกเบี้ย และเงินฝากในบัญชีธนาคารเท่านั้น ดังนั้นหากมีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินดังกล่าว จะทำให้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
โดยปัจจุบันโจทก์ (น.ส.ยิ่งลักษณ์) มีค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพตามสถานะทางสังคม และฐานานุรูปที่เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารระดับสูงในภาคเอกชนหลายแห่ง โดยเฉลี่ยเดือนละประมาณ 2,650,000 บาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในครัวเรือนจำนวน 1 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษา กิจกรรมทางการศึกษา ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายส่วนตัวของบุตรจำนวน 2 แสนบาท ค่าที่ปรึกษาทางกฎหมาย และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีจำนวน 2 แสนบาท ค่าใช้จ่ายส่วนตัวจำนวน 8 แสนบาท และค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือ และเยี่ยมเยือนประชาชนจำนวน 4.5 แสนบาท
อย่างไรก็ตาม นายนพดล หลาวทอง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า จะยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวเพื่อขอความเป็นธรรมต่อศาลอีกครั้ง เพื่อให้ความคุ้มครองน.ส.ยิ่งลักษณ์ต่อไป เนื่องจากเห็นว่า 1. คำขอทุเลาการบังคับของฝ่ายผู้ฟ้องคดีเป็นไปตามเงื่อนไขที่จะยื่นขอคุ้มครองชั่วคราวเพราะทีมทนายเห็นว่ามีพยานหลักฐานเป็นที่แน่ชัดว่าฝ่ายผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่กับกรมบังคับคดีดำเนินการใช้มาตรการบังคับโดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของน.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่างแน่นอน เพราะเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานก็ให้สัมภาษณ์ทางหนังสือพิมพ์หลายฉบับว่าจะทำการยึดหรืออายัดทรัพย์ หากศาลปกครองไม่มีคำสั่งทุเลาการบังคับคดี 2.คำสั่งทางปกครองที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากมีผลใช้บังคับต่อไปในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์
3. หากให้มีการใช้มาตรการทางปกครองที่เป็นการยึดหรืออายัดทรัพย์ของน.ส.ยิ่งลักษณ์โดยสิ้นเชิง ย่อมทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่มีทรัพย์ใดๆ เหลืออยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาล และย่อมได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้นทันทีและไม่อาจใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขตามฐานานุรูปได้ หรือหากให้มีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินไปก่อน แล้วผู้ฟ้องคดีมาขอทุเลา แม้ศาลจะมีคำสั่งให้ทุเลา แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้รับความเสียหายไปแล้ว
