- 11 เม.ย. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
สืบเนื่องจากการที่ นายพัสกร สิงคิ ชาวบ้าน ต.บ้านจ่า อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี อายุ 25 ปี ถูกกล่าวหาว่าฆ่าคนตายและต่อมาถูกฟ้องร้องกล่าวหาว่ากระทำความผิด จากเหตุการณ์ไปร่วมงานอุปสมบทแล้วระหว่างนั้นเกิดเหตุทะเลาะวิวาทในกลุ่มวัยรุ่นหลายกลุ่ม ส่วนนายพัสกรซึ่งไปร่วมงานในคืนนั้นได้ทะเลาะวิวาทกับนายสมคิด ทองกุล ซึ่งอยู่ในอาการเมาสุรา แต่ขณะเดียวกันนายสมคิดเองมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับบุคคลอื่นอีก 2 คน
ต่อมาพี่ชายนายพัสกรได้นำตัวนายพัสกรกลับบ้าน เพราะเกรงว่าเหตุการณ์จะบานปลาย ส่วนนายสมคิดถูกนายพต เกิดผล นำตัวกลับบ้าน แต่ระหว่างทางมีชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ทราบภายหลังคือนายสราวุธ และนายธวัชชัย ใช้ปืนยิงใส่รถนายสมคิด แต่กระสุนพลาดไปโดนนายพตเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปที่บ้านเพื่อพบนายพัสกร โดยไม่ได้แจ้งว่าเหตุยิงกันเสียชีวิต ก่อนแจ้งข้อหาฆ่าคนตายแก่นายพัสกร โดยไม่ได้มีพยานหลักฐานชัดเจน เพียงแต่อ้างว่านายพัสกรอยู่ในกลุ่มที่เป็นผู้ลงมือยิงหลังงานกินเลี้ยงโต๊ะจีนในคืนดังกล่าว
อย่างไรก็ตามในช่วงปี 2551-2553 ที่ผ่านมาแม่ของนายพัสกรซึ่งมั่นใจลูกชายไม่ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวได้ต่อสู้เรื่องนี้มาโดยตลอด รวมถึงการเข้าร้องเรียนหน่วยงานต่าง ๆ จน พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม สั่งการให้ผู้ตรวจราชการกระทรวง มอบหมายกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จัดชุดลงพื้นที่สืบสวนสอบสวน พบพยานหลักฐาน และพยานบุคคลผู้เห็นเหตุการณ์ ที่สามารถยืนยันเหตุการณ์ยิงนายพตเสียชีวิตในคืนวันนั้นจนทราบว่าใครเป็นผู้ลงมือยิงจนทำให้นายพต เกิดผล เสียชีวิต ???
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ลุ้นระทึก..ปลดพันธนาการ!โซเชียลส่งกำลังใจ"หนุ่มพิการหู"โดนจับเป็นแพะรับบาปฆ่าคนตาย #พรุ่งนี้ ศาลฎีกาตัดสินรื้อคดีเป็นประวัติศาสตร์หรือไม่? (คลิก)
ล่าสุด วันนี้ (11 เม.ย.) ศาลจังหวัดสิงห์บุรี ได้พิพากษายกคำร้อง ในคดีที่ นายพัสกร สิงคิ วัย 28 ปี ชาวตำบลบ้านจ่า อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่น เมื่อปี 2551 ซึ่งมีความบกพร่องทางด้านการได้ยินเป็นใบ้หูหนวก ตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 ทำให้นายพัสกร ต้องถูกจำคุกต่อ เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมหามาใหม่ไม่น่าเชื่อถือ ทั้งประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์ใหม่ ให้การไม่อยู่กับร่องกับรอย เพราะให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม ไม่ตรงกับการให้ปากคำเมื่อครั้งจับคนผิดจริง หลังก่อนหน้านี้ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 20 ปี โดยทันทีที่ทราบคำตัดสินของศาล ทำให้ครอบครัวนายพัสกร ถึงกับร่ำไห้ มารดาของนายพัสกร ถึงกับทรุดตัวลงบันไดหน้าศาล พร้อมกล่าวว่า "ถ้าเป็นครอบครัวคุณแล้วจะคิดยังไง ต้องมาติดคุก"
ขณะเดียวกัน ผู้ร้ายตัวจริงที่ถูกจับในคดีนี้ แม้ยอมรับว่าทำผิดจริง แต่ศาลเชื่อว่าถูกจูงใจจากเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมและครอบครัว ประกอบกับเครื่องจับเท็จที่ใช้เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่สามารถประมวลผลได้อย่างแน่ชัด
อย่างไรก็ตาม คดีนี้ถือเป็นคดีที่ได้เข้าสู่ขั้นตอนการพิพากษา ตามพรบ.รื้อฟื้นคดีอาญาใหม่ปี พ.ศ.2526 ครั้งแรกของประเทศไทย และคำพิพากษานี้ เป็นการตัดสินครั้งแรกเช่นกัน หลังจากนี้นายพัสกร สิงคิ ต้องกลับเข้าไปจำคุกในเรือนจำอีก 2 เดือนก่อนยื่นคำร้องขอพักโทษได้.
ภาพ เฟซบุ๊ก อีจัน
