- 12 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวเพิ่มเติม http://www.tnews.co.th
จากกรณีที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเกิดเหตุนักท่องชาวไทยติดค้างอยู่ที่สนามบินเป็นจำนวนมาก เนื่องจากไม่สามารถเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น ตามที่บริษัทขายตรงบริษัทหนึ่งได้กล่าวอ้างว่า จะพาสมาชิกไปท่องเที่ยว แต่กลับเกิดความวุ่นวาย เนื่องจากเจ้าของบริษัท คือ นางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือรู้จักกันในนาม "ซินแส โชกุน" ได้ปิดโทรศัพท์หายตัวไปไม่สามารถติดต่อได้ กระทั่งมีรายงานการจับตัวได้ แต่สุดท้ายก็ว่ายังจับตัวไม่ได้นั้น
ล่าสุดชุดสืบสวนกองปราบปราม นำโดย พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1บก.ป. พร้อมชุดทำงานกก.1บก.ป. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คุมตัวน.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือซินแส โชกุน ได้ที่บริเวณน้ำพุร้อน จ.ระนอง โดยซินแสโชกุน อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีแดงเลือดหมู นุ่งกางเกงสีเทา ทั้งนี้อยู่ระหว่างการนำตัวซินแส โชกุนและผู้ที่เกี่ยวข้องขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาลงที่กองบินตำรวจท่าแร้ง ก่อนนำตัวเข้ามาสอบปากคำที่กองปราบปราม
เบื้องต้นโชกุน ปฎิเสธขายทัวร์ ตนเองจำหน่ายเพียงอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ในราคาสมาชิกละ 9,730 บาท ส่วนการขายทัวร์มีบุคคลอื่นไปออกโฆษณา ส่วนทัวร์ญี่ปุ่นก่อนหน้า นี้ พาสมาชิกไปทัวร์จริง โดยหมดเงินส่วนตัวไปร่วม 20-30 ล้านบาท หลังทำการบันทึกการควบคุมตัว จะนำส่งโชกุน พร้อมพวกอีก 8 คน ขึ้น ฮ.ไป กองปราบปรามในคืนนี้ทันที
สำหรับพฤติกรรมของ โชกุน พบว่า เคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ที่ผ่านมาสามารถเจรจายอมความกับผู้เสียหายได้ ขณะที่การสอบปากคำผู้เสียหาย ตั้งแต่เช้าจนถึงขณะนี้ พนักงานสอบสวนยังคงสอบปากคำผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับที่ยังคงมีผู้เสียหายเดินทางเข้ามาที่กองบังคับการปราบปรามอย่างต่อเนื่องเช่นกัน จนล่าสุดมีผู้เข้าแจ้งความดำเนินคดีแล้วทั้งหมด 470 ราย
นอกจากนี้ ตำรวจจะรวบรวมหลักฐานจากผู้เสียหายแล้ว ยังมีข้อความสนทนาในไลน์ และคลิปเสียงที่ถูกส่งต่อในไลน์ด้วย มีข้อมูลว่าในจำนวนคลิปเสียงที่ตำรวจรวบรวมได้ มีคลิปเสียงที่เข้าข่ายความผิดตามม.112 รวมอยู่ด้วย ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
