- 14 เม.ย. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
จากสถานการณ์ความรุนแรงในเชิงตอบโต้กลุ่มปรปักษ์ด้วยอาวุธสงคราม ที่ผู้นำสหรัฐ อย่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ใช้เป็นนโยบายหลักควบคู่ไปกับการสร้างแรงกดดันทางธุรกิจกับประเทศคู่ค้า ทำให้หลายฝ่ายเฝ้าจับตามองว่าการรุกรบในลักษณะดังกล่าวจะทำให้วิกฤตการณ์บานปลายไปในระดับใด โดยเฉพาะการยั่วยุที่กำลังดำเนินไปบนคาบสมุทรเกาหลี อีกหนึ่งจุดเปราะบางของการก่อเหตุรุนแรงซึ่งอาจขยายวงไปสู่ชนวนสงครามโลกครั้งที่ 3 ??
ล่าสุด พล.ท. นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในหัวข้อ “ทรัมป์ กับ การ์ตูน ขายหัวเราะ” แสดงความเห็นต่อท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ในการออกคำสั่งให้กองทัพออกโจมตีประเทศต่าง ๆ ที่ถูกระบุว่ามีความเคลื่อนไหวในเชิงก่อการร้ายและความมั่นคงโลก ว่ากำลังเป็นการสร้างกระแสให้กับตัวเอง มากกว่าที่จะมีวิสัยทัศน์ในการมีมุมมองเรื่องยุทธศาสตร์โลก
“ทันทีที่ ประธานาธิบดีทรัมป์ มีคำสั่ง ให้ กองทัพเรือระดมยิงขีปนาวุธนำวิถีนำวิถีระยะไกล “โทมาฮอว์ก” 59 ลูกต่อเป้าหมายสนามบินของซีเรีย โดยอ้างว่าประธานาธิบดีอัสสาดใช้อาวุธเคมีทำร้ายกลุ่มกบฏนั้น ปรากฏผลทันทีหลายอย่าง
เช่น ทำให้ ทรัมป์ ไม่สามารถสลัดหลุดจากการควบคุมของ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ, ซีไอเอและ เอ็นเอสเอ ได้ เหมือนกับประธานาธิบดีสหรัฐหลายๆคน ที่ต้องตกอยู่ภายใต้การชี้นำขององค์กรเหล่านี้ ตลอดไป จนจบเทอม ทั้งๆ ที่ทรัมป์ ประกาศไว้ก่อนการเลือกตั้ง ทำให้กองทัพเรือสหรัฐ จำหน่ายจรวดโบราณออกไปได้ถึง 59 ลูก แบบไม่น่าเชื่อ??
ทำให้ รัสเซียกับจีน จับมือกันมั่นคงยิ่งขึ้นอีก ในขณะที่พันธมิตรสหรัฐฯในยุโรป และ ประเทศในตะวันออกนับสิบเริ่มไม่ไว้ใจการตัดสินใจของสหรัฐฯอีกด้วย ฯลฯ
ดังนั้น จรวดโบราณของสหรัฐที่ยิงออกไป จึงทำให้เกิดความครื้นเครงขึ้นต่อผู้นำประเทศทั่วโลก ต่อบทบาทของ ทรัมป์ ในกรณีนี้ โอกาสจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 จึงยังไม่ได้มาจากเรื่องนี้แน่นอน ครับ แต่ถ้าเกิดจาก "น้องคิ้ม" ละก็น่ากลัวกว่าแยะเลย เหมือนอ่านการ์ตูนขายหัวเราะเลยครับ??
ขอบคุณ เฟซบุ๊ก พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์
