- 30 เม.ย. 2560
"พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล" กับ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ใครมีจุดยืนเพื่อประชาชน
การที่นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีตส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแดกดันนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ว่า “ครับ ไม่ยุ่งการเมือง…! สุเทพย้ำจุดยืนจดทะเบียนตั้งพรรคควรมีสมาชิก 5 พันคน-จ่ายค่าบำรุงปีละ365บ. แล้วพรรคการเมืองใหม่ที่ไหนจะได้เกิด นอกจาก กปปส.” ซึ่งการออกมาพูดประเด็นดังกล่าว เท่ากับว่าเป็นการกล่าวหานายสุเทพจะจัดตั้งพรรคการเมือง
จากเรื่องที่เกิดขึ้น ดังนั้นจะต้องย้อนกลับมาดูว่าจุดยืนของ"พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล" กับ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ทั้ง 2 คนนี้เป็นอย่างไร ซึ่งทั้ง2คน เป็นสส. และคณะรัฐมนตรี ในสังกัดพรรค ประชาธิปัตย์ เหมือนกัน แต่ในระหว่างคนหนึ่งลาออกจากพรรค มาเป็นแกนนำมวลชนต่อสู้กับระบอบทักษิณ
เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 นายสุเทพ ขึ้นกล่าวบนเวทีปราศรัยหลังพ้นเส้นตายที่ขีดไว้ให้รัฐบาลถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ว่า ตนและ ส.ส.ปชป.อีก 8 คน.จะไปยื่นลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2556 เพื่อมาสู้ร่วมกับประชาชนด้วยกัน พร้อมทั้งกล่าวว่า "จากนี้พวกที่มีหน้าที่สู้ในสภาก็สู้ในสภา ส่วนพวกผม 9 คน จะหลอมรวมกับประชาชนที่นี้ ..."
เจตนาของ กปปส. เพื่อทวงอำนาจอธิปไตยจากรัฐบาลมาคืนประชาชน ซึ่งจะดำเนินการปฏิรูปประเทศผ่านสภาประชาชนที่มิได้มาจากการเลือกตั้ง นายสุเทพยังประกาศจะขจัดสิ่งที่ตนเรียกว่า "ระบอบทักษิณ" เป้าหมายสูงสุดของ กปปส. คือกดดันให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลาออกจากความเป็นหัวหน้ารัฐบาล เพื่อให้เกิดช่องว่างแห่งอำนาจ
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 กปปส. ยุติการชุมนุมเมื่อเกิดรัฐประหาร วันที่ 16 มิถุนายน 2557 สุเทพกล่าวว่า กปปส. หยุดเคลื่อนไหวทันทีหลัง คสช. ยึดอำนาจ และ กปปส. พร้อมให้ความร่วมมือหาก คสช. จัดการปฏิรูป และจากการชุมนุมของ กปปส.ทำให้อัยการสำนักงานคดีพิเศษ มีคำสั่งควรให้ฟ้องนายสุเทพ เลขาธิการ กปปส. กับพวกรวม 50 คนในความผิดฐานร่วมกับกบฎ , สนับสนุนกบำ และความผิดอื่นรวม 8 ข้อหา โดยการแจ้งข้อกล่าวหานั้นมีคณะทำงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ร่วมกับพนักงานสอบสวน ดีเอสไอด้วย
ขณะที่อีกคนคน กลับมาบอกว่าการเคลื่อนไหวของนายสุทเทพ จะทำให้บุคลากรในพรรคประชาธิปัตต้องตกงาน โดยวันที่ 21 ม.ค. 57 นายพิเชษฐ ได้แสดงความคิดเห็นผ่านทางเฟสบุ๊คเห็นบางช่วงบางตอน ระบุว่า " วันนี้ ปชป.มีสส.ว่างงานประมาณ 160 คน ผู้ช่วยงานสส. ผู้เชียวชาญประจำตัว และที่ปรึกษาสส. ว่างงานประมาณ 1,200 คน สาขาพรรคว่างงาน เกือบ 200 แห่ง พรรคการเมืองใหญ่ขนาดนี้ ไม่มีสส.ในสภา จะเหลืออะไร
กปปส.ชนะ ปชป.ต้องว่างงานเช่นนี้ประมาณ 4 ปี เพราะเข้าต้องการเว้นวรรคการเมืองตั้งสภาประชาชนประมาณ 4 ปี สภาประชาชนต้องไม่มี นักการเมืองเกี่ยวข้อง นั่นคือประชาธิปัตย์ต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าในรัฐบาลหรือในสภา"
ต่อมานายพิเชษฐ ก็ได้ออกมาประกาศตัวอีกครั้งว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ได้แสดงความคิดเห็นผ่านทางเฟสบุ๊ค เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ 6 ข้อว่า 1. ประกาศไม่รับรัฐธรรมนูญ พร้อมลงมติคว่ำชั้นประชามติ 2. เปรียบนักกีฬาปฏิเสธกติกาเถื่อน 3. นักกีฬามีสิทธิไม่ลงแข่งขัน หากกติกาไม่ชอบมาพากล 4.รัฐธรรมนูญจะสร้างความวุ่นวายเสียหายแก่ระบบการเมืองและประชาธิปไตยในอนาคต 5. สังคมประชาธิปไตยสากลทั่วโลกกำลังจับตาดูและพร้อมจะต่อต้านรัฐบาลไทยที่มาจากการรัฐประหาร และ6. หากยังดันทุรังอยู่เช่นนี้ ประเทศชาติมีแต่จะยิ่งเสียหาย และทีมเทวดาที่ไหนก็จะมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไทยไม่ได้
น่าสงสัยระหว่างจุดยืนของคน 2 คนนี้ คนหนึ่งมีจุดยินเพื่อพรรคประชาธิปัตย์ อีกคนหนึ่งมีจุดยืนเพื่อประเทศชาติและประชาชน คนไทยจะตัดสินใจให้ข้อสรุป และคุณค่าระหว่างคน2 คนนี้อย่างไร
