"เรือดำน้ำ"มีไว้ป้องกันประเทศ!! ถามทำไม..จะไปรบกับใคร?!  ..72 ปีหลังสงครามโลกครั้งที่2 แต่ทุกประเทศก็พัฒนากำลังอาวุธหมด!!

"เรือดำน้ำ"มีไว้ป้องกันประเทศ!! ถามทำไม..จะไปรบกับใคร?! ..72 ปีหลังสงครามโลกครั้งที่2 แต่ทุกประเทศก็พัฒนากำลังอาวุธหมด!!

จากกรณีการจัดซื้อเรือดำน้ำก่อนหน้านี้มักจะได้คำถามต่างๆอยู่บ่อยครั้ง หนึ่งในนั้นก็คือ คำถามที่ว่าจะเอาเรือดำน้ำไปรบกับใคร? ถือเป็นคำถามที่ไร้สาระ เหมือนกับว่าตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ยุติลง เป็นเวลากว่า 72 ปี ถึงแม้ว่าจะไม่มีชาติใดที่รบกันจนเกิดเป็นสงคราม แต่ทำไมทุกประเทศมันถึงพัฒนากำลังทหาร?..

เพราะทหารมีไว้ป้องกันประเทศ เป็นกำลังรักษาความมั่นคงและบำรุงประเทศและผู้เป็นกำลังรบในยามสงคราม และเรือดำน้ำถือเป็นยุทธศาสตร์ความมั่นคงและเพื่อไม่ให้ตกเป็นรองต่างประเทศมากเกินไป

ก็เป็นที่ชัดเจนภายหลังการแถลงชี้แจงโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ ชั้นหยวน S26T โดยกองทัพเรือ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่มา ใช้เวลามากกว่า 2 ชั่วโมงเพื่อตอบทุกประเด็นความสงสัย  พลเรือเอกลือชัย รุดดิษฐ์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ระบุว่า..

ประเทศไทยจำเป็นต้องการจัดซื้อเรือดำน้ำเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเลที่มีราคากว่า 24 ล้านล้านบาท และสินค้านำเข้าส่งออกร้อยละ 95 ต้องใช้เส้นทางคมนาคมทางทะเล โดยกองทัพเรือไม่มีเรือดำน้ำประจำการมากว่า 60 ปีแล้ว และเทคโนโลยีเกี่ยวกับเรือดำน้ำก็มีความก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งประเทศต่างๆในภูมิภาคต่างก็มีการจัดหาเรือดำน้ำเข้าประจำการแล้ว โดยอ่าวไทย มีทรัพยากรที่สำคัญและเป็นจุดยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยลักษณะพื้นที่ค่อนข้างแคบ ในอนาคตหากมีการปิดอ่าวจากประเทศอื่น ก็สามารถทำได้โดยง่ายและอาจนำมาซึ่งความเสียหายต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ จากการที่กองทัพเรือ ไม่มีอะไรดำน้ำมาเป็นระยะเวลานานทำให้กองทัพเรือสูญเสียขีดความสามารถด้านนี้อย่างสิ้นเชิง ทั้งองค์ความรู้ ทักษะของกำลังพล

 

"เรือดำน้ำ"มีไว้ป้องกันประเทศ!! ถามทำไม..จะไปรบกับใคร?!  ..72 ปีหลังสงครามโลกครั้งที่2 แต่ทุกประเทศก็พัฒนากำลังอาวุธหมด!!

เพราะฉะนั้นจุดประสงค์หลักการมีอาวุธยุทโธปกรณ์มีไว้ป้องกันประเทศ ไม่ได้มีเพื่อใช้รบกับใคร ..ทั้งนี้กลุjมชาติ อาเซียนที่มีเรือดำน้ำ ประจำการอยู่นั้น ได้แก่ เวียดนาม มียุทโธปกรณ์ทางน้ำ65 หน่วยมี เรือดำน้ำ 6 ลำ เรือฟริเกต 7 ลำ เรือคอร์เวตต์13 ลำ เรือปืนหนักป้องกันฝั่ง 25 ลำ เรือวางทุ่นระเบิด 8 ลำ  เรือบรรทุกเครื่องบิน0 ลำ เรือพิฆาต 0 ลำ

มาเลเซีย มียุทโธปกรณ์ทางน้ำ 31 หน่วย เป็น เรือดำน้ำ 2 ลำ เรือฟริเกต 2 ลำ เรือคอร์เวตต์ 6 ลำ เรือปืนหนักป้องกันฝั่ง 41 ลำ เรือวางทุ่นระเบิด 4 ลำ เรือบรรทุกเครื่องบิน 0 ลำ  เรือพิฆาต 0 ลำ

อินโดนีเซีย มียุทโธปกรณ์ทางน้ำ 221 หน่วย มีเรือดำน้ำ 4 ลำ เรือฟริเกต 7 ลำ เรือคอร์เวตต์ 24 ลำ เรือปืนหนักป้องกันฝั่ง 74 ลำ เรือวางทุ่นระเบิด 12 ลำ เรือบรรทุกเครื่องบิน 0 ลำ เรือพิฆาต 0 ลำ

สิงคโปร์ มียุทโธปกรณ์ทางน้ำ 40 หน่วย มีเรือดำน้ำ 6 ลำ เรือฟริเกต 6 ลำ เรือคอร์เวตต์ 6 ลำ เรือปืนหนักป้องกันฝั่ง 11 ลำ  เรือวางทุ่นระเบิด 2 ลำ เรือบรรทุกเครื่องบิน 0 ลำ เรือพิฆาต 0 ลำ

ด้านฟิลิปปินส์ต้องการจัดหาเรือดำน้ำดีเซลไฟฟ้า เพื่อเข้าประจำการจำนวน 3 ลำ และ พม่ามีแผนจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศฝรั่งเศส แม้จะไม่เคยการประกาศเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ แต่ได้แสดงออกด้วยรูปธรรมหลายอย่าง รวมทั้งการเพิ่มเงินงบประมาณพัฒนากองทัพอย่างมากมายทุกๆ ปีในช่วงไม่กี่ปีมานี้