จี้"ผู้มีอำนาจ !! เลิก พรบ.คุมสื่อ "หมวดเจี๊ยบ" ชี้ตั้งชื่อสวยหรู แต่หวังส่งตัวแทน"ครอบงำ" ปิดหู ปิดตา ปชช.

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

ทีมเลขาฯพท. ชี้ผู้มีอำนาจต้องยกเลิกความคิดส่งตัวแทนภาครัฐนั่ง กก.กำกับดูแลให้คุณให้โทษสื่อ หวั่นเป็นอุปสรรคการตรวจสอบรัฐบาล ดักอย่าออกกม.ตั้งชื่อสวยหรู แท้จริงมุ่งจะครอบงำสื่อ
          
วันนี้ (8พ.ค.) ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต ทีมสำนักเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีอะไรที่เป็นหลักประกันได้ว่า ผู้มีอำนาจได้ล้มเลิกแนวคิดควบคุมการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน เพราะถึงแม้ว่า สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. จะตัดประเด็น การออกใบอนุญาตสื่อมวลชน และ ยกเลิกบทลงโทษจำคุกและปรับสื่อที่ไม่มีใบอนุญาต แล้ว ตามร่าง พรบ. การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ มาตรฐานจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนฯ ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบของ สปท. เมื่อวันที่ 1 พ.ค ที่ผ่านมา แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะการออกกฎมายดังกล่าวยังต้องผ่านการพิจารณาอีกหลายขั้นตอน และ ผู้ที่เกี่ยวข้องยังสามารถสอดไส้เนื้อหาที่ขัดต่อเสรีภาพ หรือ ปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนได้อีกในชั้นการแปรญัตติ หากสังคมเผลอหรือเลิกจับตามอง

จี้"ผู้มีอำนาจ !! เลิก พรบ.คุมสื่อ "หมวดเจี๊ยบ" ชี้ตั้งชื่อสวยหรู แต่หวังส่งตัวแทน"ครอบงำ" ปิดหู ปิดตา ปชช.

ทั้งนี้ หากผู้มีอำนาจมีความจริงใจและไม่ได้คิดจะครอบงำสื่อจริงๆ ก็ต้องยกเลิกแนวคิดที่จะกำหนดสัดส่วนคณะกรรมการจากภาครัฐ ไว้ในโครงสร้างของคณะกรรมการที่จะมีอำนาจกำกับดูแล  ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดๆ  ไม่ว่าจะเป็นสภาวิชาชีพ หรือจะใช้ชื่อเรียกเป็นอย่างอื่น เพราะการอ้างว่ามีผู้แทนภาครัฐน้อยกว่าผู้แทนจากสื่อมวลชน ก็ล้วนแต่เป็นการวางกลไกที่ทำเกิดการครอบงำสื่อได้ทั้งสิ้น ซึ่งขัดต่อหลักการทำงานของสื่อมวลชน ที่ต้องมีอิสระ เพื่อตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ ซึ่งตามหลักการแล้ว ไม่สมควรที่จะมีผู้แทนภาครัฐแม้แต่คนเดียวเข้ามานั่งเป็นกรรมการในองค์กรดังกล่าวเลย เพราะจะเป็นอุปสรรคต่อการตรวจสอบรัฐบาล เช่น เกิดการล็อบบี้ หรือ สร้างอิทธิพลกดดันเพื่อไม่ให้สื่อนำเสนอข้อมูลการทุจริต หรือการประพฤติมิชอบในวงราชการ ทั้งยังอาจนำไปสู่การเกิดระบบเกรงใจ ขาดอิสระในการตรวจสอบผู้มีอำนาจอย่างตรงไปตรงมา 

จี้"ผู้มีอำนาจ !! เลิก พรบ.คุมสื่อ "หมวดเจี๊ยบ" ชี้ตั้งชื่อสวยหรู แต่หวังส่งตัวแทน"ครอบงำ" ปิดหู ปิดตา ปชช.

"ดังนั้น ผู้มีอำนาจจึงไม่ควรรีบร้อนผลักดัน ร่าง พรบ.ฯ ดังกล่าวให้เป็นกฎหมายในช่วงเวลานี้ เพราะยังมีกระแสต่อต้านและยังมีประเด็นที่ต้องถกเถียงและยังหาข้อยุติไม่ได้ จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันสองวันนี้ แต่ควรจะรอจนกว่าทุกฝ่ายจะได้พูดคุยกันจนเกิดความเข้าใจและยอมรับกติกาที่จะมีขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่รอได้ ไม่เห็นต้องเร่งรีบ ที่สำคัญ ขณะนี้ประเทศยังมีปัญหาอีกมากมายที่สำคัญต่อปากท้องและความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งกำลังรอให้รัฐบาลแก้ไข แต่รัฐก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างทั่วถึง เหตุใดจึงเอาเวลามาทุ่มเทกับการแทรกแซงสื่ออย่างเอาเป็นเอาตาย อยากถาม พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า ที่คิดจะส่งปลัดกระทรวงมานั่งควบคุมสื่อนั้น ปัจจุบันพวกท่านทำงานในหน้าที่ของตัวเองได้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้วหรือ ไม่ " ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าว


และ ในส่วนของบรรดาสมาชิก สปท. และ สนช. ทั้งหลายนั้น ก่อนที่จะเอาเป็นเอาตายกับการผลักดันกฎหมายที่มีเนื้อหาครอบงำสื่อและปิดหูปิดตาประชาชน พวกท่านควรถามตัวเองว่าเคยสนใจที่จะทำเรื่องที่ดี ๆ และมีประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่บ้างหรือไม่ เช่น ผลักดันการปฏิรูปวิธีคิดของพวกฝักใฝ่เผด็จการที่คอยจ้องยึดอำนาจและขัดขวางการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย รวมทั้ง ตรวจสอบการใช้งบประมาณจัดซื้อเรือดำน้ำ ที่คนส่วนใหญ่ของประเทศคัดค้าน เพราะไม่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศในเวลานี้ 
          
อันที่จริง การปฏิรูปสื่อนั้น เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายเห็นด้วย แต่ต้องเป็นการปฏิรูปอย่างแท้จริง ไม่ใช่ว่ามีเจตนาแอบแฝงเพื่อให้ผู้มีอำนาจสามารถผูกขาดการใช้สื่อเป็นกระบอกเสียงในการให้ข้อมูลเพียงข้างเดียวเพื่อผูกขาดความคิดของประชาชน ด้วยการออกกฎหมายที่ตั้งชื่ออย่างสวยหรูว่าเป็นกฎหมายคุ้มครองเสรีภาพหรือส่งเสริมจริยธรรมสื่อ แต่ที่จริงแล้ว มีเนื้อหาครอบงำการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของสื่อมวลชนเพื่อปิดหูปิดตาหรือล้างสมองประชาชน โดยที่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาความเที่ยงตรงหรือควบคุมคุณภาพในการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนอย่างตรงจุด จี้"ผู้มีอำนาจ !! เลิก พรบ.คุมสื่อ "หมวดเจี๊ยบ" ชี้ตั้งชื่อสวยหรู แต่หวังส่งตัวแทน"ครอบงำ" ปิดหู ปิดตา ปชช.