แบบนี้เองพวกชอบ"เซ้งพรรคคนอื่น"ถึงสะดุ้ง!! "มีชัย" อ่านทะลุทุนการเมือง ชี้ "ซื้อขายพรรค" รอบนี้ผิดจริง-เข้าคุกสถานเดียว

ติดตามข่าวสารที่ www.Tnew.co.th

 


แบบนี้เองพวกชอบ"เซ้งพรรคคนอื่น"ถึงสะดุ้ง!! "มีชัย" อ่านทะลุทุนการเมือง ชี้"ซื้อขายพรรค" รอบนี้ผิดจริง-เข้าคุก แต่ยังเปิดช่องควบรวมพรรคการเมืองได้  แต่ต้องทำในระหว่างที่ไม่มีสภาผู้แทนฯ

 

วันนี้ (9 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ( กรธ.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่มีคนบางกลุ่มต้องการซื้อพรรคการเมืองบางพรรค จนต้องมีการแถลงข่าวให้สังคมได้ทราบว่า หากเข้าข่ายเป็นเรื่องสินบน อาจมีความผิดทั้งประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายพรรคการเมือง แต่ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เพราะที่พูดซื้อขายพรรคการเมืองเป็นคำที่สื่อใช้ และกฎหมายก็มีกลไกวางไว้เกี่ยวกับการรับเงินของพรรคการเมืองอยู่แล้ว หากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไม่ไปแก้ไข ขณะเดียวกันก็มีการเปิดช่องกฎหมายให้มีการควบรวมพรรคการเมืองได้ ซึ่งมีทั้งกรณีการรวมกันตั้งพรรคการเมืองใหม่ และกรณีไปรวมกับพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ว่าต้องทำในระหว่างที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ซึ่ง เดิมเคยคิดจะบัญญัติไม่ให้มีการควบรวมพรรคการเมือง แต่ก็มีทักท้วงว่าอาจจะเป็นวิวัฒนาการอย่างหนึ่งของพรรคการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่มีเหตุผลจึงเปิดช่องไว้ให้

 

ทั้งนี้ นายมีชัย ยังกล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองเสรีภาพ สื่อว่า กรณีที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. เตรียมส่งร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ท่ามกลางเสียงทักท้วงว่า บทบัญญัติขัดต่อรัฐธรรมนูญ นายมีชัย กล่าวว่า เวลาจะตราออกมาเป็นกฎหมาย คงมีการดูให้ถี่ถ้วนว่าไม่ให้ขัดกับรัฐธรรมนูญ และเวลากฎหมายจะเสร็จออกจากสภาฯ ก็มีช่องทางให้ ส.ส. หรือ ส.ว. ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งในรัฐธรรมนูญเขียนกลไกไว้ให้ว่าก่อนการยื่นร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมฯ ให้รอเวลาไว้ 5 วัน เพื่อให้มีโอกาสยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ส่วนสื่อมวลชนหากกฎหมายบังคับใช้แล้วคิดว่าขัดกับรัฐธรรมนูญ ก็สามารถสู้ตามช่องทางได้ว่ากฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีหลายกรณีที่กฎหมายประกาศใช้แล้ว แต่ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ

 

อารมณ์ เคนหล้า สำนักข่าว Tnews