- 13 พ.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
จากเหตุระเบิดห้างบิ๊กซี ที่จังหวัดปัตตานีเมื่อวันที่ 9พ.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นการก่อเหตุที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง และยังเป็นการก่อเหตุต่อองค์กรทางธุรกิจในพื้นที่อีกด้วย และนายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวเกี่ยวกับเหตุระเบิดนี้ในรายการศาสตร์พระราชาฯ เมื่อคืนที่ผ่านมาว่า รัฐบาลและคณะทำงานแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พยายามทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ใช่การพูดแล้วสั่ง แล้วทำ มันเกิดขึ้นไม่ได้ มันต้องทำงานหลายมิติด้วยกันทั้งความมั่นคง การพัฒนา การบังคับใช้กฎหมาย การสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ให้ทุกอย่างมีความมั่นคง ยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจ พลังงาน เรื่องสถานภาพภาคใต้ เรื่องยาง เรื่องอาหารฮาลาล จะทำอย่างไรกันต่อไปอีกหลายเรื่อง
ทั้งนี้ที่ผ่านมารัฐบาลเดินเกมรุกเต็มที่ กับนโยบายของนายกรัฐมนตรี ในการผลักดันให้สังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเมืองต้นแบบในการพัฒนาเศรษฐกิจ ตามนโยบาย สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ซึ่งมีเมืองต้นแบบ3อำเภอคือ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พัฒนาเป็นเมืองต้นแบบในด้านอุตสาหกรรมก้าวหน้าผสมผสาน โดยเอกชนในพื้นที่ มีการลงทุนไปแล้วเป็นเงินกว่า 1,500 ล้านบาท และยังมีแผนการลงทุนสำหรับในปีนี้ไปจนถึงปีหน้า2561อีกเป็นเงิน4,500ล้านบาท และยังมีที่อำเภอเบตง จ.ยะลา เป็นเมืองต้นแบบการพัฒนาแบบพึ่งพาตนเองแบบยั่งยืน หรือเมืองท่องเที่ยว
ส่วนเมืองสุดท้ายคือ ที่อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เน้นเรื่องการค้าขายชายแดนระหว่างประเทศ จัดตั้งศูนย์จำหน่ายสินค้าปลอดภาษี เนื่องจากมีมูลค่าการซื้อขายโดยรวมในเมืองนี้สูงเป็นอันดับ3ของพื้นที่ภาคใต้ และเมืองต้นแบบทั้งหมดใน3เมืองนี้จะเป็นจุดเชื่อมโยงไปยังอำเภอต่างๆในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งที่ผ่านมาทุกอย่างก็กำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดี และด้วยนโยบายดังกล่าวนี้ของรัฐบาลถือเป็นการชูประเด็นการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบและยังต่อยอดไปยังเรื่องการจัดเขตพื้นที่ปลอดภัย หรือ เซฟตี้โซน และด้วยเหตุที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จึงน่าสนใจว่าเพราะด้วยนโยบายเชิงรุกเต็มพิกัดที่กำลังเดินหน้าอย่างเห็นผลนี้หรือไม่ ถึงทำให้กลุ่มก่อความไม่สงบได้เลือกก่อเหตุในพื้นที่เป้าหมายที่เป็นองค์กรเอกชนทางธุรกิจ
ขอบคุณ : บุญระดมมุมมองข่าว
