- 14 พ.ค. 2560
หุ่นไม้"เนติวิทย์"เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หากไร้ผู้ชักใย.."หลอกใช้เด็กให้ชนกับสังคม".. "กระสุนทำมือ"ยิงเฉียดเป้าจนถูกใจลิเบอร่าน!!??
ยังคงเป็นกระแสต่อเนื่องสำหรับกรณีที่นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองชื่อดัง ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2560 ด้วยคะแนนเสียง 27 เสียง จากองค์ประชุมทั้งหมด 36 คน จากนั้นนายเนติวิทย์ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ถึงกรณีประเพณีถวายบังคมพระบรมรูปทรงม้า บริเวณลานพระราชวังดุสิต เนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันปิยมหาราช 23 ตุลาคมนี้ นายเนติวิทย์ กล่าวว่า "คุณต้องเปิดพื้นที่ให้คนที่ไม่อยากถวายบังคมแบบหมอบคลาน เปิดพื้นที่ให้เขายืนเคารพก็ได้ บางคณะยังบังคับกันอยู่ เราจะลงไปดูแล" ทำให้เป็นที่วิภาควิจารณ์ในวงกว้างของสังคมไทย และล่าสุดทางแฟนเพจเฟสบุ๊ค ปราชญ์ สามสี ก็ได้ออกมาวิเคราะห์ ถึงตัวนายเนติวิทย์ได้อย่างดี โดยข้อความระบุว่า...
เรื่อง"เด็กนรก" เนติวิทย์ ผมเคยพูดถึงบ่อยครั้งมากแต่จากกรณี ครั้งล่าสุดนี้ ผมก็เลือกที่จะสงวนท่าทีมาโดยตลอด... แต่ดูเหมือนว่า ยิ่งเงียบก็เหมือนสังคม จะยิ่งถูกปั่นให้มึนงง ไปเสียยิ่งกว่านี้
เรื่องนี้ ผมจึงขอเข้ามาวิพากเบาๆให้ฟังกันอย่างนี้ครับ
๑. ประเด็น "เลิกหมอบคลาน = เลิกทาส" ที่มีบางฝ่ายพยายามพูดให้มันเข้าใจแบบผิดไปว่า "การถวายบังคม" และการ "หมอบคลาน" เป็นเรื่องเดียวกัน... ทั้งๆที่ แท้จริงมันเป็นคนละเรื่องครับ
การที่มีใครซะคนอ้างไปว่า รัชกาลที่ ๕ ทรงเลิกทาส แล้ว และ ทรง เลิกพิธีหมอบคลาน จึงไม่ควร "หมอบกราบ" หรือ"ถวายบังคม" เรื่องนี้นับว่าเป็นคำโกหก ที่ทำให้ปวงชนเข้าใจผิด
แต่ในความเป็นจริงแล้ว รัชกาลที่ ๕ พระองค์ ได้เลิก"ประเพณีหมอบคลานเข้าเฝ้า หรือการถวายงาน" ครับ ....
***พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ทรงเลิกประเพณีหมอบคลานเข้าเฝ้าซึ่งเป็นข้อบังคับมานาน ให้สามารถ ยืนเฝ้า หรือ นั่งเก้าอี้ได้ แม้ว่าในเวลานั้นข้าราชการฝ่ายในยังใช้การเข้าเฝ้าแบบประเพณีหมอบคลานเข้าเฝ้าอยู่ ***
ส่วนประเด็นการ"ถวายบังคม" หรือการ "ไหว้"นั้น เป็นประเพณีที่ทำตามความสมัครใจ เพื่อทำความเคารพรักต่อผู้มีพระคุณ เพราะฉะนั้น
การถวายบังคมต่อพระบรมรูปสองรัชกาลของจุฬา ฯ จึงมิได้ขัดต่อรัชกาลที่ ๕ได้ทรงมีพระราชดำริไว้แต่อย่างใด... อีกทั้งการจู่ๆ ออกมาตั้งกฎ"ยกเลิกการถวายบังคม" มันก็ไม่ต่างอะไรกับออกกฏ "ห้ามกราบพระ"ทำแบบนี้ใช้ได้หรือครับ?
๒. จุดประสงค์ของ"เนติวิทย์"ไม่บริสุทธิ และมีจุดประสงค์ในทางการเมือง เรื่องนี้ ต้องอาศัยเวลาและความช่างสังเกตนิดหน่อย จะเห็นว่าท่าทีของ"เนติวิทย์"จะมีประเด็นวนเวียนอยู่เพียงไม่กี่เรื่อง ซึ่งไม่พ้น จักรๆวงศ์ๆ ก็เห็นได้ชัดเจนว่าเขาต้องการพุ่งเป้าไปที่ใคร หรือ องค์กรใด
และทั้งนี้ทั้งนั้น จะเห็นได้ว่า เจตนา ของเนติวิทย์ที่ต้องการ "ยกเลิกการถวายบังคม"นั้น เชื่อว่ามีเจตนา ให้ประชาชน"สับสน" และกระตุ้นให้เกิดการลอกเลียนแบบในหมู่วัยรุ่น เหมือน ในสุภาษิต "หมาหางด้วน" มากกว่าที่จะหวังผล "ยกเลิกไปทั้งหมด แบบปัจจุบันทันด่วน" เพราะเรื่องไม่ง่ายแต่คงมีความเชื่อส่วนตัว เช่น น้ำหยดลงหินทุกวันๆ หินมันก็มีโอกาสสึกเลย เป็นต้น
๓.ลำพัง"เนติวิทย์"เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ แต่ ไม่ใช่ว่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้นะครับ ให้ดู องค์กร,อาจารย์ผู้ใหญ่และเครือข่ายที่อยู่ข้างหลังดีๆ ... หุ่นไม้มักมีการชักใยเสมอๆ แม้จะอ้างว่าเป็นหุ่นไม้วิเศษ"พีน๊อกคิโอ"ที่เดินได้โดยไม่มีการชักใย แต่ก็ต้องมีคนสร้างและคนสนับสนุน ดูจุดนี้ให้ดีๆ
๔. ไอ้ที่ขยับๆกันอยู่นี่จะเห็นได้ว่า"หน้าเดิมๆ" แต่สิ่งที คนอยู่ข้างหลัง เขาต้องการ ก็คือการหลอกเด็กหน้าใหม่มาใช้งาน... เพราะ เป้าประสงค์หลักๆ ของคนอยู่ข้างหลัง ผมเชื่อว่าคือการ"หลอกใช้เด็กให้ชนกับสังคม" ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเอาชนะ ....แต่หากแพ้"คนอยู่ข้างหลัง"ก็ไม่บาดเจ็บอะไรหนิ และพร้อมหาเด็กใหม่มาแทนที่ ทั้งนี้เด็กบางคนก็ดูเหมือนจะเต็มใจให้หลอกใช้ เรื่องนี้มีหลายสาเหตุ...ให้ดูประวัติปูมหลังของเด็กแต่ละคน ดูประวัติบุพการี ดูสังคมที่เขาคบหาด้วย แล้วจะเข้าใจดี
๕. ถ้า"เนติวิทย์"คือกระสุน ..."เซเลปอินเตอร์เน็ต"ก็เป็น"ปืน" ตัวแปรที่ทำให้ผู้คนสับสนมาโดยตลอด...คือ"สื่อ" นี่แหล่ะครับ ดูให้ดี ทั้งที่สื่อการเมือง หรือ สื่อออนไลน์สายล้มเจ้าขาประจำ ที่หนีไปอยู่ต่างประเทศหลายคนแล้วนั้น ก็ออกมาเชียร์ สนับสนุนเนติวิทย์กันยกใหญ่... แม้ว่าในอนาคต "เนติวิทย์"จะอ้างว่า ตนเองไมไ่ด้มีเจตนาร้ายใดๆ... แต่ คนที่ เอาเรื่องเนติวิทย์ไปขยายความโจมตีสถาบันฯก็ยังมีอยู่ต่อเนื่อง หากเนติวิทย์หวังดีต่อสถาบันฯจริง ต้องรู้ดีว่าควรทำตัวอย่างไรกับคนเลวเหล่านั้น
๖.อย่าพึ่งตัดสินอะไรจากแค่ประเด็นที่เด็กคนนี้พูดถึงการพยายามเปลี่ยนการถวายบังคมพระบรมรูปทั้งสองพระองค์ ... เพราะก่อนหน้านี้เด็กคนนี้ก็คือคนเดียวกันที่เปรยไว้แล้วว่าต้องการที่ต่อต้านการเคารพธงชาติ(แน่นอนว่าทำไม่ได้) แต่นั้นคือความในใจของเขาตั้งแต่แรก...เราควรมองเขาจากที่สิ่งที่เขาทำมาตลอดแล้วจะเข้าใจ
สุดท้ายนี้ผมไม่ได้มองว่า เนติวิทย์เป็นเพชร เม็ดงามของวงการ ลิเบอร่านอะไรหรอกครับ แต่กลับมองเห็นเป็น "กระสุนทำมือ" ซึ่งบังเอิญยิงเฉียดเป้าจนได้ลุ้น ลิเบอร่าน ที่นั่งเหงาเลยพอจะได้เฮบ้างนิดหน่อยก็เท่านั้นเอง
------------------------------------
Freedom must come with responsibility.
"เสรีภาพต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ"
ขอบคุณ FB ปราชญ์ สามสี
