- 21 พ.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
จากกรณีคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งได้เขียนข่าวลงในสื่อฉบับดังกล่าว โดยมีเนื้อหาส่วนหนึ่งคล้ายจะบ่งบอกถึงการที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ได้มีเรื่องการสืบทอดอำนาจเข้ามา โดยพูดถึงรัฐบาลใหม่ต้องเข้ามาทำงานรับไม้ต่อ และเนื้อหาข่าวดังกล่าวยังจับเอานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเข้ามาเกี่ยวโยงด้วย ว่าหากนายอภิสิทธิ์ ยังยืนยันเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์การจะเข้าไปจับมือกับพรรคเพื่อไทยก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
ทั้งนี้เมื่อมีการตรวจสอบไปพบว่า เนื้อหาข่าวดังกล่าวมีการตีพิมพ์ผ่านหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งจริง โดยเนื้อหาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้มีทั้งหมดดังนี้
“ยังยืนยัน เรื่องการสืบทอดอำนาจ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังพูดถึง รัฐบาลหน้า ต้องมารับไม้ต่อ แต่ขอให้เลือกคนมีธรรมาภิบาล…
เมื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยืนยันว่าจะยังเป็น หัวหน้า ไม่ไปไหน การจับมือกับ พรรคเพื่อไทย ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้…”
ล่าสุดนายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี(พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้แชร์โพสต์เรื่องดังกล่าวมาจากเพจ Piak Prasarn Roongsawang พร้อมทั้งมีความคิดเห็นประกอบทั้งหมดว่า
“ว้าว ถ้าเป็นเรื่องจริง
คงได้ฮากันทั้งเมือง
รอฟังหัวหน้ามาร์คแถลงดีกว่า”
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2559 นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีคนนอก ว่าเร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้ เพราะยังไม่ทราบผลการเลือกตั้งว่า จะเป็นอย่างไร และประเทศไทยยังไม่เคยทดลองใช้ระบบการเลือกตั้งแบบบัตรเดียว แต่ในอดีตก็เคยมีพรรคการเมืองที่ได้เสียงข้างมากในสภา เด็ดขาดเกินร้อยละ 40 มาแล้ว ฉะนั้นการที่บอกว่าไม่มีใครได้เกินร้อยละ 50 นั้น เป็นการพูดเร็วเกินไป หรือหากไม่มีพรรคใดได้ถึง 250 เสียง แต่ ส.ว.พยายามสกัดกั้น ตนก็เชื่อว่า จะเป็นปัญหาทางการเมืองแน่นอน เพราะได้เสียงจากประชาชนเกินครึ่งแล้ว แต่ถูกสกัดไม่ให้เป็นนายกฯ หรือรัฐบาล แล้วพรรคนั้นไม่ยอมไปร่วมรัฐบาลด้วย รัฐบาลที่มาแทนจะอยู่ได้ลำบาก หรือหากไม่มีพรรคไหนได้เสียงเกินครึ่ง ก็ไม่ได้มีสูตรว่าจะต้อง 2 พรรคใหญ่จับมือกันแล้วเกินครึ่ง เพราะ 2 พรรคใหญ่จะไม่จับมือกันก็ได้ อาจจะมีพรรคใหญ่บวกกับพรรคอื่นๆ แล้วเกินครึ่ง แต่หากมีพรรคใหญ่ได้เกิน 250 ถามว่า ส.ว.จะยังไม่ให้เป็นรัฐบาลได้หรือไม่ ตนก็ไม่รู้ เพราะยังมีหลายปัจจัยที่ชี้ว่า รัฐบาลหลังการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร แต่ก็ไปสมมติเอาเองว่า 2 พรรคใหญ่ คือ พรรค ปชป. กับพรรคเพื่อไทย จะต้องจับมือหรือไม่จับมือกันเท่านั้น
ทั้งนี้เมื่อถามว่า โอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์จะร่วมกับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องถามตอนเลือกตั้ง เพราะขณะนี้ไม่รู้ว่า พรรคเพื่อไทยจะมีหรือไม่ หรือพรรคประชาธิปัตย์อาจจะถูกเซตซีโร่ก็ได้ และไม่รู้ว่าบุคลากร หรือนโยบายต่างๆ เป็นอย่างไร หากพรรคเพื่อไทยยังคงจุดยืนเดิม เป็นเครื่องมือทางการเมือง ให้กับครอบครัว หรือบุคคล แล้วก็ยังมีปัญหาเรื่องนิรโทษกรรม การคอร์รัปชั่น หรือการดำเนินงานทางการเมืองที่เอาความรุนแรงมาใช้ ผ่านกลไกมวลชน พรรคประชาธิปัตย์ไม่ร่วมด้วยแน่นอน หรือแม้จะแยกไปตั้งพรรคใหม่เพื่อมาขอร่วมด้วยก็ตาม
