ยังจำกัน..ได้มั๊ย!! "ย่ายิ้ม" หญิงชราวัย 88 ปี เลือกใช้ชีวิตเดินเข้าป่าใหญ่ทำตามสิ่งฝัน วันนี้กลับมาพร้อมปรากฎการณ์สุดอลัง ลูกหลานดูน้ำตาซึม

ติดตามรายละเอียด : http://www.tnews.co.th

อีกหนึ่งเรื่องราวชีวิตที่ทำให้ใครหลายคนต้องน้ำตาไหล เมื่อมีการเปิดเผยเรื่องราวสุดน่าประทับของ "ย่ายิ้ม" หญิงชรา วัย 88 ปี ชาวพิษณุโลก ที่อาศัยอยู่ในป่าลำพัง นานกว่า 40 ปี ย่ายิ้มผู้สร้างฝายชะลอน้ำ 16 ฝาย ปลูกต้นไม้กว่า 9,900 ต้น และยังคงทำอยู่อย่างต่อเนื่อง ดำเนินตามแนวพระราชดำริ ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9

 

 

ยังจำกัน..ได้มั๊ย!! "ย่ายิ้ม" หญิงชราวัย 88 ปี เลือกใช้ชีวิตเดินเข้าป่าใหญ่ทำตามสิ่งฝัน วันนี้กลับมาพร้อมปรากฎการณ์สุดอลัง ลูกหลานดูน้ำตาซึม

 

 

ยังจำกัน..ได้มั๊ย!! "ย่ายิ้ม" หญิงชราวัย 88 ปี เลือกใช้ชีวิตเดินเข้าป่าใหญ่ทำตามสิ่งฝัน วันนี้กลับมาพร้อมปรากฎการณ์สุดอลัง ลูกหลานดูน้ำตาซึม

 

โดย เรื่องราวของย่ายิ้มถูกเอามาสร้างเป็นหนังสั้น ซึ่งสร้างความประทับให้กับคนดูเป็นอย่างมาก ถ่ายทอดวิถีชีวิตของหญิงชราที่ใช้ชีวิตที่เงียบสงบอยู่ในป่า แต่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุขแม้ไม่มีความสวยงามด้านวัตถุ มีเพียงความสวยงามแบบธรรมชาติที่มีคุณค่าสูงทางจิตใจ ย่ายิ้มสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้ส่วนรวม ทั้งฝายชะละน้ำ และการปลูกป่าคืนสู่ธรรมชาติ ถือเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นใหม่ ให้หันมาเห็นความสำคัญของป่าและธรรมชาติมากขึ้น
ย่ายิ้มมีลูกทั้งหมด 5 คน และมีลูกชาย 2 คนที่ยังคอยดูแลแม่คนนี้อยู่ห่างๆ พยายามรบเร้าให้แม่ไปอยู่ด้วย แต่ก็ดูเหมือนจะเอาชนะใจแม่ได้ยากยิ่ง ย่ายิ้ม ยืนกรานจะปักหลักบั้นปลายชีวิตอยู่ที่นี่ไม่ไปไหน ด้วยเหตุว่า บ้านกลางป่าของแก ทำให้ชีวิตไม่วุ่นวายจนเกินไปนัก เพียงแค่เก็บหน่อไม้มาดองกินกับมะพร้าวคั่วหอมๆ ก็นับเป็นอาหารรสดีที่ช่วยให้อิ่มท้องและประทังชีวิตได้แล้ว

 

 

ยังจำกัน..ได้มั๊ย!! "ย่ายิ้ม" หญิงชราวัย 88 ปี เลือกใช้ชีวิตเดินเข้าป่าใหญ่ทำตามสิ่งฝัน วันนี้กลับมาพร้อมปรากฎการณ์สุดอลัง ลูกหลานดูน้ำตาซึม

 

 

ยังจำกัน..ได้มั๊ย!! "ย่ายิ้ม" หญิงชราวัย 88 ปี เลือกใช้ชีวิตเดินเข้าป่าใหญ่ทำตามสิ่งฝัน วันนี้กลับมาพร้อมปรากฎการณ์สุดอลัง ลูกหลานดูน้ำตาซึม

 

 

“ความเจริญอยู่ที่ไหน มันก็ทุกข์ยากที่นั่น อยู่บนเขานี้ ไม่มีเงินย่าก็ยังอยู่ได้ แต่ถ้าอยู่ในตัวเมือง ไม่มีเงินอยู่ไม่ได้เลยหนา ต้องซื้อเอาทุกอย่าง ไปอยู่ก็จะเดือดร้อนเขา”

 

 

อย่างไรก็ตามวิถีบ้านป่าแบบย่ายิ้มก็ใช่จะสบายไปหมดเสียทุกอย่าง เมื่อก้าวเข้าสู่ในช่วงฤดูฝน ดูจะโหดร้ายเป็นที่สุด เพราะหนทางในป่านั้นเอาแน่เอานอนไม่ได้ หากมีน้ำหลากลงจากเขา จนข้ามห้วยไม่ได้ ย่ายิ้มก็จะไม่ออกจากบ้าน ซึ่งช่วงที่ไม่ได้ลงเขาหลายวัน ข้าวสารก็มักจะไม่มีเหลือให้หุงให้กิน ครั้นจะแจ้งบอกข่าวฝากไปถึงใครก็ไม่มี

 

 

ยังจำกัน..ได้มั๊ย!! "ย่ายิ้ม" หญิงชราวัย 88 ปี เลือกใช้ชีวิตเดินเข้าป่าใหญ่ทำตามสิ่งฝัน วันนี้กลับมาพร้อมปรากฎการณ์สุดอลัง ลูกหลานดูน้ำตาซึม

 

 

ยังจำกัน..ได้มั๊ย!! "ย่ายิ้ม" หญิงชราวัย 88 ปี เลือกใช้ชีวิตเดินเข้าป่าใหญ่ทำตามสิ่งฝัน วันนี้กลับมาพร้อมปรากฎการณ์สุดอลัง ลูกหลานดูน้ำตาซึม

 

 

“ก็ต้องอดเอามั่ง บางทีเกือบ ๆ อาทิตย์ไม่ได้กินข้าวเลย กินแต่หัวกลอยป่าเอามานึ่งกับมะพร้าวคั่ว”

 

 

ยังจำกัน..ได้มั๊ย!! "ย่ายิ้ม" หญิงชราวัย 88 ปี เลือกใช้ชีวิตเดินเข้าป่าใหญ่ทำตามสิ่งฝัน วันนี้กลับมาพร้อมปรากฎการณ์สุดอลัง ลูกหลานดูน้ำตาซึม

 

 

นอกจากจะเก็บหน่อไม้ไปแลกข้าวกับคนในชุมชนแล้ว ย่ายิ้มยังมีรายได้ประจำตัวคือ เบี้ยสงเคราะห์คนชรา ทว่าเงินจำนวนนี้ ก็มักจะหมดไปกับการทำบุญเสียทุกคราวที่ไปวัด รวมไปถึงเงินที่ลูกหลานแบ่งไว้ให้ใช้ยามมาเยี่ยม ก็ร่อยหรอไปกับกิจกรรมในทางธรรมเช่นกัน ตลอดหลายปีกับชีวิตกลางป่าเขาเพียงลำพัง ย่ายิ้ม สารภาพว่า เมื่อไหร่ที่ลูกขึ้นมาหาและมานอนด้วย แกก็ดีใจทุกครั้ง แต่พอกลับกันไป แค่เห็นเดินคล้อยหลังก็นั่งใจละห้อยแล้ว… แต่ถึงอย่างไร แกก็ยังยืนหยัดว่าจะขออยู่ในป่าในเขาอย่างนี้ไปจนตาย และคำขอสุดท้ายที่ฝากไว้กับลูกคือ…"ถ้าแม่ตาย ก็ให้เผาให้ฝังไว้ที่ไร่บนเขานี้ ย่าไม่อยากตายหรอกหนา แต่ไม่เคยกลัว ถึงเวลาจะต้องละแล้ว ก็ต้องไป…"

 

 

ยังจำกัน..ได้มั๊ย!! "ย่ายิ้ม" หญิงชราวัย 88 ปี เลือกใช้ชีวิตเดินเข้าป่าใหญ่ทำตามสิ่งฝัน วันนี้กลับมาพร้อมปรากฎการณ์สุดอลัง ลูกหลานดูน้ำตาซึม

 

 

เรื่องราวของย่ายิ้มถือเป็นเรื่องราวที่ให้มุมมองความคิดดีๆหลายอย่าง ทั้งเรื่องการตระหนักถึงธรรมชาติ การทำประโยชน์ให้ส่วนรวม การใช้ชีวิตที่สมถะแต่ก็ยังเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข จะสุขซึ้งกินใจขนาดไหน

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณคลิป : pat kanah