- 10 มิ.ย. 2560
ขู่"นายก"ไม่เอาไว้ คนที่ทำผิดต้องอยู่ไม่ได้!!"แก๊งโกงหัวคิววัดบิ๊กพศ." กินกันอุตลุดเงินอุดหนุนถึงวัดเพียงหยิบมือ "เงินทอน 75%" กว่า 60ล้าน!!
จากกรณีกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ตรวจค้นบ้านพักของบุคคลเป้าหมายในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล, จ.เพชรบุรี, จ.ลำปาง และ จ.สกลนคร ใน 10 จุด ทั่วประเทศ ที่เป็นเครือข่ายของ "นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ " ภายหลังจากมีการตรวจสอบพบว่า "เกิดการทุจริตเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณะและปฏิสังขรณ์วัด ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)"
ซึ่งเจ้าหน้าที่นางสุภัชชา จันฤาไชย พี่สาวของนางชมพูนุท จันฤาไช หญิงคนสนิทของ ของนายนพรัตน์ เบญวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ค้นบ้านพักของ"รอง ผอ.พศ." ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตำแหน่ง และจากการตรวจค้น ตำรวจพบเอกสารเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากและใบฝากเงินจำนวนมาก จึงได้ตรวจยึดไว้พร้อมกับเอกสารอื่นๆรวม 16 รายการ ซึ่งตามคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ดังนั้นในเบื้องต้นยังไม่ถือว่าเป็นผู้กระทำความผิด
เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นสืบเนื่องจาก ปี57 ที่วัดพนัญเชิงวรวิหารไม่ได้จัดทำคำขอบูรณปฎิสังขรณ์วัดแต่อย่างใด แต่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่พศ. โดยนางประนอม คงพิกุล รองผอ.พศ. แจ้งให้ทราบว่า "จะโอนเงินงบประมาณมาให้กับวัด เป็นจำนวนเงิน 10,000,000 บาท และวัดจะได้เงินก้อนนี้ แค่ 2,000,000 บาท ซึ่งวัดต้องโอนเงินคืน 8,000,000บาท " ให้กับนางประนอม โดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของนางชมพูนุท เพื่อนำไปใช้ในกิจการของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
ทั้งนี้สตง. ได้รับเบาะแสการทุจริต จึงได้ทำการตรวจสอบจนพบความผิดปกติในเส้นทางการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของพ.ศ. จึงได้ส่งต่อข้อมูลให้กับบก.ปปป. เมื่อเดือนสิงหาคม 2558 จากนั้นบก.ปปป. ได้ทำการสืบสวนสอบสวนต่อ จนมีพยานหลักฐานเพียงพอไปขออนุมัติหมายศาลเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายที่ผ่านมา ทาง บก.ปปป.ตรวจสอบข้อมูลเงินงบประมาณพศ. ปี 55 -59 ที่มีการเบิกจ่าย 33 วัด พบว่าวัดที่เข้าข่ายทุจริต 12 วัด อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ 6 วัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 วัด ภาคกลาง 2 วัด และภาคใต้ 1 วัด
ซึ่งนายนพรัตน์ เบญวัฒนานันท์ อดีตผอ.สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ ร่วมกับนางประนอม คงพิกุล รอง ผอ.พศ. และนางชมพูนุท จันฤาไชย ซึ่งได้ไปทำผิดกับวัดที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และ ภาคใต้ ซึ่งพบเงินที่ ทุจริตเป็น เงิน จำนวน 60 กว่าล้านบาท
ล่าสุด เมื่อวันที่9 มิ.ย. ด้านพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. เปิดเผยว่า การตรวจค้นที่เกิดขึ้นทราบว่าเกิดจากการร้องเรียนเรื่องการทุจริต โดยมีการใช้อำนาจหน้าที่ไปตกลงกับวัดเรื่องการรับงบประมาณเพื่อบูรณะและปฏิสังขรณ์ จากนั้นจึงได้โอนเงินงบประมาณจากส่วนกลางไปให้วัด แล้วให้วัดโอนเงินกลับมาให้ตามที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนว่าต้องการเท่าไรจากตัวงบประมาณ หรือเรียกว่าเงินทอน ซึ่งงบประมาณส่วนนี้เป็นเงินอุดหนุนที่จ่ายให้กับวัดใน 3 กรณี คือ 1.เพื่อไปปฏิบัติบูรณะซ่อมแซม 2.เพื่อการศึกษาพระปริยัติธรรม และ 3.เพื่อการเผยแผ่ ดำเนินกิจกรรมทางศาสนา
เท่าที่ได้ไปย้อนดูงบประมาณในช่วงที่ผ่านๆมา และที่กำลังจะขอใหม่ใน 1 ปี มีงบประมาณอุดหนุนทั่วประเทศจะอยู่ที่หลักร้อยล้าน ถึง 1 พันล้าน ซึ่งอำนาจการจัดสรรงบเป็นของหัวหน้าส่วนราชการผู้ถืองบฯ แต่ พศ. ไม่ใช่กรมและไม่ใช่กระทรวง ดังนั้นผอ.พศ.จึงทำหน้าที่หัวหน้าส่วนราชการ โดยหลักการจะจัดสรรตามความจำเป็น พิจารณาจากวัดแจ้งความประสงค์มา ผ่านไปยังจังหวัดและรวบรวมมาที่
พ.ต.ท.พงศ์พร ยังระบุอีกด้วยว่า.."พศ. ซึ่งที่ได้ยินมาการทอนเงินจะอยู่ในอัตรา 3 ใน 4 คือ ทอน 75% ของเงินที่ได้จ่ายออกไป อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2556-2559 ส่วนใครจะเกี่ยวข้องก็เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ต้องไปตรวจสอบอย่างละเอียดว่า ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุมีใครบ้างที่เกี่ยวข้อง แต่เรื่องเงินทอนคนใน พศ. เขารู้กันว่ามีการทำแบบนี้ ผมเพิ่งมาผมยังรู้เพราะเขาเล่าให้ฟัง"
ด้านนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลพศ. ก็ได้กล่าวถึงกรณีนี้ เช่นกัน ซึ่งผอ.พศ.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบการทุจริตงบประมาณอยู่ หากพบว่ามีการทุจริตจริง เชื่อว่า นายกฯไม่เอาไว้ การทุจริตต้องไม่มีในรัฐบาลนี้
โดยระบุว่า..กรณีที่ ผอ.พศ.ออกมาเปิดเผยถึงความไม่ชอบมาพากล ของการทุจริตโดยเรียกเงินทอนจากงบประมาณแผ่นดินที่ให้วัดสูงถึง 3 ใน 4 ส่วนนั้น ประเด็นนี้จะกลับไปตรวจสอบใหม่ทั้งหมด ถ้าเกิดขึ้นจริงเชื่อว่าคนที่ทำผิดต้องอยู่ไม่ได้ ไม่ว่าจะทุจริตอะไรต้องไม่ได้ทั้งนั้น และนายกฯจะไม่ยอมอยู่แล้ว ถ้าเกิดมีความผิดลักษณะนี้ขึ้นมา ต้องเล่นกันเต็มเหนี่ยว
"ถ้า ผอ.พศ. รู้เรื่องแล้วว่ามีอย่างนี้เกิดขึ้นต้องดำเนินการ จะมาบอกเฉยๆ ไม่ได้ ผอ.พศ. ในฐานะผู้บังคับบัญชาต้องดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อให้ข้อเท็จจริงเป็นที่ปรากฏ จะมาบอกว่ารู้อยู่แล้วว่าเขาทำกันใน พศ.แบบนี้ มีเงินทอน ทำเป็นปกติวิสัยมันไม่ใช่ ผมในฐานะกำกับดูแล พศ. จะสั่งให้ดำเนินการเรื่องนี้โดยเด็ดขาดทันที เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ จะมาปล่อยไว้แล้วบอกว่าเป็นประเพณีได้อย่างไร เรื่องเงินทอนต้องไม่มี ต้องมีความชัดเจน นายกฯ รู้ว่าผมหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ ท่านพูดบ่อยเรื่องทุจริต ไม่ปล่อยไว้หรอก ผมปล่อย ผมก็อยู่ไม่ได้อีก"
