ถึงเวลา"ปลดแอก"นักการเมือง!! นัยยะสำคัญ2 เพื่อไทยหนุน ไพรมารีโหวต สารถึงเจ้าของพรรค เลิกชี้เป็นชี้ตาย!!??

ถึงเวลา"ปลดแอก"นักการเมือง!! นัยยะสำคัญ2 เพื่อไทยหนุน ไพรมารีโหวต สารถึงเจ้าของพรรค เลิกชี้เป็นชี้ตาย!!??

ถือว่าเป็นนิมิตรหมายอันดี สำคัญจุดเริ่มต้นของ"การปฏิรูปการเมืองไทย" สำหรับแนวคิดไพรมารี่โหวต คือ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ได้กำหนดวิธีคัดเลือกผู้สมัครส.ส. ทั้งระบบบัญชีรายชื่อ ปาร์ตีลีสต์ และ ระบบแบ่งเขตการเลือกตั้ง ที่เปิดโอกาสให้บรรดาสมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในการคัดสรรตัวผู้ลงสมัครเป็นส.ส.  ซึ่งจะทำให้ได้ตัวผู้สมัคร ที่มีคุณสมบัติ เป็น ' น้ำหนึ่ง ' โดยถือพื้นฐานของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

ปิดโอกาส "เจ้าของพรรค" ที่เคยถือไพ่เหนือกว่า สามารถชี้นกเป็นไม้ ถืออำนาจต่อรอง กดหัวบรรดาส.ส.ลูกพรรคและส.ส.ลูกพรรคก็ไม่กล้าที่จะขัดแยง ข่มขู่ผู้ลงสมัครหากไม่ทำตามละก็ เลือกตั้งครั้งหน้าจะได้เห็นดีกัน และที่สำคัญลดอิทธิพลการคลอบงำของกลุ่มทุนในพรรค การขายเก้าอี้ส.ส.แบบปาร์ตีลิสต์ ให้มีชื่ออยู่ในลำดับต้นๆ ซึ่งต่อมาหากพรรคชนะการเลือกตั้ง ก็จะผลักดัน ให้คนเหล่านั้นได้รับตำแหน่ง เป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ

ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น พรรคเพื่อไทยเอง แปลงรูปมาจาก พรรคพลังประชาชนต่อเนื่องพรรคไทยรักไทย แต่ไม่ว่าจะชื่อพรรคอะไร และใครเป็นผู้จัดตั้งพรรคขึ้นมาก็ตาม ชื่อก็เป็นแต่เพียงชื่อ ผู้จัดตั้งหรือก็แค่ผู้จดทะเบียนเท่านั้น แต่เจ้าของพรรคก็คือคนใน“ตระกูลชินวัตร” และค่อยชักใยอยู่เบื้องหลัง ไม่ต้องนับพรรคการเมืองอื่นๆที่เกิดขึ้นเฉพาะกิจชั่วครั้งชั่วคราวหรือที่อยู่มานาน เช่น พรรคชาติไทยพัฒนา ของตระกูลศิลปอาชา หรือพรรคอืนๆอีกหลายพรรค

ที่น่าแปลกใจก็คือ มีอดีตส.สศพรรคเพื่อไทย ออกมาขานรับ สนับสนุน ไพรมารี่โหวตอีกด้วย..

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวถึงกรณีที่ สนช.ผ่านร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง โดยให้ใช้ระบบไพรมารีโหวต สรรหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ว่า การคัดสรรตัวแทนพรรคการเมือง ถ้าเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคได้มีส่วนร่วมทั้งทางตรงและทางอ้อม ในการคัดเลือกตัวแทนแต่ละพื้นที่ ถือเป็นแนวทางที่ดี และวิธีการเช่นนี้เป็นที่ยอมรับในประเทศประชาธิปไตยหลายประเทศ ส่วนที่มีผู้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ระบบเช่นนี้จะทำให้คนใหม่เข้าการเมืองยากนั้น ส่วนตัวมองว่าการอาสามาเป็นตัวแทนทางการเมือง ทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าไม่ควรมองเรื่องการได้เปรียบเสียเปรียบ แต่ควรยึดความต้องการของประชาชนที่มีส่วนร่วม และถือเป็นเจ้าของพรรคเป็นผู้กำหนด

 

และด้านน.ส.จารุพรรณ กุลดิลก อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ว่า ตนสนับสนุนแนวคิดการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ด้วยระบบไพรมารีโหวต แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับประเทศไทยในขณะนี้ เพราะเป็นเรื่องใหม่ แต่ระบบดังกล่าวการให้เกียรติเสียงของประชาชนในการเลือกตัวแทนของตัวเอง มากกว่าให้คนใดหรือกลุ่มใดในพรรคการเมืองมีอำนาจสูงสุดที่จะตัดสินใจส่งใครลงสมัครรับเลือกตั้ง

น.ส.จารุพรรณ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันในอีกทางหนึ่ง ก็จะต้องพิจารณาถึงความพร้อมของประชาชนในระดับท้องถิ่นด้วยว่ามีความพร้อมกับการทุ่มเทให้ภาคการเมืองแค่ไหน เนื่องจากพบว่า ประชาชนในส่วนภูมิภาคส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับปัญหาปากท้อง การทำมาหากินมากกว่า

ทั้งนี้ ตนเองก็เป็น ส.ส.จากการคัดเลือกจากคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งไม่กลัวว่าระบบไพรมารีโหวต จะทำให้ตนซึ่งเป็นคนหน้าใหม่ หรือไม่มีชื่อเสียง จะไม่ได้รับการคัดเลือกโดยสาขาพรรค หรือตัวแทนประจำจังหวัด เพราะตนก็ทำงานต่อสู้กับประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง

นัยยะสำคัญ คือการที่2 อดีตส.ส.เด็กเพื่อไทย ที่ได้ออกมาสนับสนุนไพรมารี่โหวตอย่างขัดเจน คล้ายจะเป็นการส่งสาร ไปถึงเจ้าของพรรคตัวจริงหรือไม่?? ว่าได้เวลาปลดแอกระบอบเดิมๆ ที่เจ้าของพรรคมีสิทธิ์ชี้เป็นชี้ตาย บาทบททางการเมือง ของบรรดาผู้สมัครส.ส. ใช่หรือไม่??

ทั้งนี้ด้วยระบบ ไพรมารีโหวต นี้ จะทำให้บรรดาสส. ซึ่งแต่เดิมต้องฟังคำสั่งจากเจ้าของพรรคเท่านั้น เพราะกลัวเจ้าของพรรคจะไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งจะมีความเป็นตัวของตัวเอง มีความเป็นอิสระ กล้าที่จะไม่ปฏิบัติตามเจ้าของพรรคที่สั่งให้ทำในเรื่องที่ไม่ถูกต้อง โดยไม่ต้องหวั่นเกร่งว่าจะถูกตัดสิทธิ์ ไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งอีก 

ขอย้ำด้วยว่า ระบบไฟมิรี่โหวตจะเป็นขั้นตอนสำคัญเบื้องแรกของการปฏิรูปการเมืองที่ทำให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง วาระสำคัญวาระหนึ่งของคสช.ที่จะต้องดำเนินการให้เป็นผลสำเร็จ