ไม่ชัวร์อย่าแชร์!! กรมวิทย์ตรวจเเล้ว "หมูหยองไส้สำลี" กลายเป็นกระแสโดนปั่นในโลกโซเชียล ฟังแล้วค่อยสบายใจเพราะมันไม่อันตรายอย่างที่คิด!?!

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/

ภายหลังเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ ที่มีชาวเน็ตได้เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ เมื่อไปซื้อขนมปังไส้หมูหยองมารับประทาน แต่กินไปสักพักก็รู้สึกคล้ายเคี้ยวไม่เข้า ก่อนแกะขนมปังแล้วเอาไส้หมูหยองออกมา โดยนำไปแช่น้ำ ปรากฏว่าเนื้อหมูหยองกลับไม่ละลาย พอจับดูก็พบคือสำลี จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นโลกโซเชียลฯ

ไม่ชัวร์อย่าแชร์!! กรมวิทย์ตรวจเเล้ว "หมูหยองไส้สำลี" กลายเป็นกระแสโดนปั่นในโลกโซเชียล ฟังแล้วค่อยสบายใจเพราะมันไม่อันตรายอย่างที่คิด!?!

 

 

ไม่ชัวร์อย่าแชร์!! กรมวิทย์ตรวจเเล้ว "หมูหยองไส้สำลี" กลายเป็นกระแสโดนปั่นในโลกโซเชียล ฟังแล้วค่อยสบายใจเพราะมันไม่อันตรายอย่างที่คิด!?!

 

 

ไม่ชัวร์อย่าแชร์!! กรมวิทย์ตรวจเเล้ว "หมูหยองไส้สำลี" กลายเป็นกระแสโดนปั่นในโลกโซเชียล ฟังแล้วค่อยสบายใจเพราะมันไม่อันตรายอย่างที่คิด!?!

 

 

ล่าสุด นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า หมูหยองที่นำมาทำหน้าขนมปังและหน้าวาฟเฟิล เป็นหมูหยองปลอมทำมาจากสำลี ทำให้ผู้บริโภคตื่นตระหนกนั้น จากการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการของสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จากผลการตรวจหมูหยอง-ไก่หยองในปี 59-60 พบว่า ด้านกายภาพ ไม่พบเส้นใยของสำลี ในทุกตัวอย่าง ด้านชีวโมเลกุล ตัวอย่างหมูหยอง พบว่ามีทั้งพบเฉพาะดีเอ็นเอหมูอย่างเดียว และพบทั้งดีเอ็นเอหมูและไก่ผสมกัน ส่วนอาหารที่ระบุบนฉลากว่าเป็น “ไก่หยอง” จากการตรวจวิเคราะห์พบแต่ดีเอ็นเอของไก่เท่านั้น และสำหรับข่าวที่ว่าเมื่อนำหมูหยองไปล้างน้ำแล้วมีสีละลายออกมาเนื้อหมูมีสีซีดลงนั้น สาเหตุมาจากสีน้ำตาลของหมูหยองที่เกิดขึ้นจากคาราเมลของน้ำตาลสีของซอสและเครื่องปรุงรสต่างๆ ที่เอามาผสมกันเมื่อนำไปล้างน้ำจึงละลายออกมาได้ เนื้อหมูจึงซีดลงเหลือแต่เส้นใยของกล้ามเนื้อหมู

 

ไม่ชัวร์อย่าแชร์!! กรมวิทย์ตรวจเเล้ว "หมูหยองไส้สำลี" กลายเป็นกระแสโดนปั่นในโลกโซเชียล ฟังแล้วค่อยสบายใจเพราะมันไม่อันตรายอย่างที่คิด!?!

 

 

นพ.สุขุมกล่าวว่า หมูหยองที่จำหน่ายไม่พบเส้นใยของสำลี แต่พบว่าทำมาจากเนื้อหมูล้วนๆ หรือผสมเนื้อไก่ ผู้บริโภคจึงไม่ต้องกังวล สามารถบริโภคได้ตามปกติ ในส่วนผู้ประกอบการควรระบุฉลากอาหารให้ตรงกับวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ซึ่งอาหารดังกล่าวแม้ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค แต่เป็นการหลอกลวงผู้บริโภค และเข้าข่ายเป็นอาหารปลอม ตามมาตรา 27 พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 (ฉบับปรับปรุง ปี2559) โดยในมาตรา 25 (2) ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือจำหน่าย ซึ่งผู้ใดฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษตามมาตรา 59 มีโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ 5,000 -100,000 บาท 

 

 

 

สำหรับผู้บริโภคการเลือกซื้ออาหารประเภทที่เรียกว่าหยองนั้น หากเป็นหมูหยองจะมีลักษณะเป็นเส้นใยขนาดแตกต่างกัน ส่วนไก่หยองจะเป็นเส้นสั้นๆ ส่วนปลาหย็องจะเป็นผงหยาบๆ และควรเลือกซื้ออาหารเหล่านี้ที่ไม่มีกลิ่นหืน ไม่มีเศษวัสดุอื่นเจือปนอยู่ และเลือกซื้อที่มีฉลาก อย.