- 21 มิ.ย. 2560
ติดตามรายละเอียด http:www.tnews.co.th
สืบเนื่องจากกรณีที่สะพานข้ามลำห้วยบังกอ ช่วงบ้านหนองไก่เซา จ.นครพนม พังทรุดถล่มลงสู่แม่น้ำโขง ซึ่งทราบว่าสาเหตุน่าจะมีจากฝนที่ตกหนัก ทั้งนี้ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้สะพานคอนกรีตถูกน้ำกัดเซาะดินตามแนวตลิ่งพังเสียหาย จนเป็นเหตุให้สะพานทรุดตัวพังถล่มในที่สุด
ด้านนายณรงค์ วรรณะ นายช่างโยธาอาวุโส พร้อมด้วยนายวิจิตร งามชื่นวิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการโยธาธิการสำนักงานโยธาและผังเมืองนครพนม และนายมนชัย จงตระการสมบัติ นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการนครพนม เมื่อทราบว่าข่าวได้ลงพื้นที่ตำรวจ โดยมีเจ้าหน้าที่ ตชด.236 ร่วมคอยสังเกตการณ์
เบื้องต้นพบว่าสะพานดังกล่าวที่ทรุดตัวสูงประมาณ 10 เมตร กว้าง 9 เมตร ยาว 61 เมตร ใช้งบก่อสร้างปี 59 จำนวนมาก 7,694,000 บาท เป็นเส้นทางเชื่อมทางจักรยานห้ามรถยนต์วิ่งผ่าน เพิ่งสร้างเสร็จและส่งมอบงานเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้เปิดใช้สัญจรไปมา กลับมีสภาพพัง ทรุดตัวอย่างที่เห็น
ซึ่งจากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าวัสดุที่ใช้ก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐานกรมโยธาฯ ส่วนบริเวณรอยต่อเชิงสะพานที่ไม่มีลวด เนื่องจากในแบบต้องการให้เกิดการยืดหยุ่น รับแรงกระแทกน้ำหนักกระจายตัวอย่างอิสระ ลดการเสียดทาน สำหรับสาเหตุที่ทำให้สะพานทรุดตัว เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างเป็นดินรวนปนทราย ใต้ดินมีน้ำไหลซึมตลอด ทำให้เกิดการกัดเซาะรุนแรง เสาไม่สามารถต้านทานแรงน้ำได้ จึงพังทลายลงมา แต่ก่อนสร้างได้มีการสำรวจช่วงหน้าแล้ง พบใต้ดินไม่มีน้ำซึมแต่อย่างใด
ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ก็เกิดความสงสัยว่า เหตุใดสะพานที่ใช้งบก่อสร้างสูง และยังไม่เคยเปิดใช้งาน ถึงพังลงได้ เพราะหากมาจากสาเหตุฝนหนัก สะพานที่มีความแข็งแรงก็ไม่น่าจะพังง่ายเช่นนี้
ล่าสุดนายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผวจ.นครพนม จึงได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากเรื่องดังกล่าวทำให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์จังหวัด ที่ต้องการมีทางจักรยานริมแม่น้ำโขง จากสะพานมิตรภาพไทย-ลาว(นครพนม-คำม่วน) ถึงอ.ธาตุพนม เพื่อใช้ดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่กลับพังลงมาทั้งที่ยังไม่ได้ใช้งาน
