นักวิชาการหน้าแหก!!! ทำตัวเป็นผู้รู้! แต่มั่วข้อมูลไฮสปีดเทรน เจอโซเชียลด่ายับ หัดหาข้อมูล อย่าฟังแต่เสื้อแดง! (มีคลิป)

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

หลังจากคำสั่งใช้มาตรา 44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการปลดล็อคโครงการรถไฟความเร็วสูง หรือ ไฮสปีดเทรนไทย-จีน ที่เนื้อหาในคำสั่งม.44 มีการลดอุปสรรคเพื่อให้วิศวกรและสถาปนิกจีน ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฏหมายไทยในบางมาตรา ซึ่งเป็นแค่การอำนวยความสะดวก แต่ไม่ถึงขั้นยกสิทธิประโยชน์ของโครงการนี้ทั้งหมดไปให้กับจีนนั้น 

แต่ว่าล่าสุดก็ยังคงมีนักวิชาการบางคนทำตัวเป็นผู้รู้ และไม่เข้าใจในเนื้อหาของคำสั่งม.44 ดังกล่าว โดยคิดว่าโครงการรถไฟไฮสปีดเทรน ทางการไทยจะมอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตั้งแต่เทคโนโลยีในการเดินรถ ไปจนถึงการพัฒนาที่ดินในเชิงพาณิชย์ตามแนวรถไฟ

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ นาย ดวงฤทธิ์ บุนนาค นักวิชาชีพสถาปนิกด้านการออกแบบ ที่เพจเฟซบุ๊กชื่อ "ห่วย ตูน" ได้ออกมาเปิดเผยคำสัมภาษณ์ของนาย ดวงฤทธิ์ ที่ให้สัมภาษณ์กับช่อง Mono 29 ว่า "ทั้งหมดนี้ที่ดินข้างทางรถไฟ เราก็ไม่ได้พัฒนา ต้องยกให้จีนพัฒนา เทคโนโลยี เขาก็ไม่ถ่ายทอดให้เรา เพราะเขาก็ทำอยู่คนเดียว และก็ทำไป 30 ปี และก็ไม่เปิดโอกาสให้สถาปนิกไทย หรือ วิศวกรไทยเข้าไปทำงานด้วย คือเขาเข้ามาได้เบ็ดเสร็จ"

นักวิชาการหน้าแหก!!! ทำตัวเป็นผู้รู้! แต่มั่วข้อมูลไฮสปีดเทรน เจอโซเชียลด่ายับ หัดหาข้อมูล อย่าฟังแต่เสื้อแดง! (มีคลิป)

และทันทีที่เพจดังกล่าว ออกมาเปิดเผยข้อมูลนี้ ก็มีคอมเม้นต์ ตามมาทันทีว่า "อันนี้จริงนะเสื้อแดงเสี้ยมสอนปล่อยข่าวจริง(เพราะพ่อมาถามเรานี่แหละแดงจ๋ามาเรย) เฮ่อเหนื่อยจะต้องมาคอยตอบไม่รู้จักจะหาข้อมูลความจริงสะบ้างเรย ฟังแต่ไอ้พวกคางคก"

นักวิชาการหน้าแหก!!! ทำตัวเป็นผู้รู้! แต่มั่วข้อมูลไฮสปีดเทรน เจอโซเชียลด่ายับ หัดหาข้อมูล อย่าฟังแต่เสื้อแดง! (มีคลิป)

ทั้งนี้ คำสัมภาษณ์ของ นายดวงฤทธิ์ ถือเป็นความเข้าใจผิด เนื่องจากกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า การบริหารโครงการเดินรถหลังแล้วเสร็จ หากดูจากประสบการณ์ในต่างประเทศ เช่น สเปน อันเป็นประเทศล่าสุดที่ได้มีการพัฒนาโครงการความเร็วสูงในยุโรป เมื่อเริ่มต้นพัฒนาโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงจะมีข้อกำหนดในขอบเขตของงานให้ผู้ผลิตงานระบบและตัวรถไฟความเร็วสูงเข้ามาถือหุ้นในการเดินรถในระยะแรก เหมือนกับกับประเทศอื่น ๆในโลก ที่เพิ่งเริ่มต้นกิจการ อันเนื่องมาจากประโยชน์ที่จะได้รับจากการถ่ายทอดประสบการณ์การเดินรถ การรักษาสภาพทาง การซ่อมบำรุงระบบการเดินรถ ให้ปลอดภัย เช่นเดียวกันกับประเทศไทยที่จะได้รับประโยชน์หากได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์การบริหารจัดการจากมิตรประเทศ ตลอดจนการร่วมหาพันธมิตรในการทำการตลาดจากต่างประเทศที่มีแนวสายทางเชื่อมโยงระหว่างกัน ในลักษณะของการร่วมทุนในการบริหารจัดการเดินรถ ภายใต้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย ซึ่งจะเข้าร่วมรับความเสี่ยงในการบริหารกิจการ อันเป็นผลดีต่อฝ่ายไทย ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจาให้ได้ข้อยุติต่อไป