- 23 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวเพิ่มเติม www.tnews.co.th
จากกรณีก่อนหน้านี้มีข่าวผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ได้ลงนามอนุญาตให้ใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติคลองทุ่งมะพร้าว จ.พังงา จำนวน 2,000 ไร่ เพื่อก่อสร้างสนามบินพังงา เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2559 โดยระบุมีการประชุมระดมความคิดเห็น และได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบสภาพป่าแล้ว พบว่าพื้นที่ที่ขออนุญาตเป็นป่าเสื่อมโทรม ไม่มีสภาพป่าแล้ว ตรงกับประกาศของกรมป่าไม้ รวมทั้งสภาเทศบาลตำบลลำแก่นมีมติเห็นชอบให้ใช้พื้นที่ป่าดังกล่าวด้วยเช่นกัน ดังนั้น ขั้นตอนการพิจารณาอนุญาตชั้นสุดท้ายอยู่ที่กรมป่าไม้
นายชลธิศ กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนการขอเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอเป็นเอกชนจะต้องยื่นคำขออนุญาตพร้อมเอกสารแนบท้ายคำขอ (เช่น ความเห็นชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม) ตามระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2548 ตามความในมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยเริ่มจากผู้ขอยื่นคำขอที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดท้องที่
จากนั้นจะเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาภายใน 7 วัน เพื่อให้ผู้ว่าฯ สั่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสภาพป่าภายใน 15 วัน พร้อมทั้งแจ้งสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ท้องที่ร่วมดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ แล้วรายงานผลต่อผู้ว่าฯ ภายใน 30 วัน หลังตรวจสภาพป่าเสร็จสิ้น จากนั้นผู้ว่าฯ และผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ท้องที่ทำความเห็นเสนอกรมป่าไม้ภายใน 15 วัน เมื่อกรมป่าไม้ได้รับเรื่องราวคำขอดังกล่าวจะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเพื่อนำเสนอคณะอนุกรรมการกลั่นกรองพิจารณา จากนั้นจะนำผลการพิจารณาเสนอคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเพื่อให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ หากเห็นชอบกรมป่าไม้จะแจ้งจังหวัดท้องที่เพื่อออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ
“นับจากนี้ไปการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ ต้องมีการพิจารณาในทุกมิติ และคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดที่ประเทศชาติจะได้รับ ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติถือเป็นหลักคิดสำคัญก่อนการอนุมัติโครงการใด ๆ” อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าว
