- 25 มิ.ย. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
คดีที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างในสังคมออนไลน์ และสังคมเมืองอุตรดิตถ์ กรณีลูกสะใภ้เข้าแจ้งความดำเนินคดีแม่สามี ซึ่งเป็นเจ้าของอาคารพาณิชย์ในข้อหาลักทรัพย์ เป็นตู้ไม้ 2 หลัง โดยใช้พาหนะเพื่อแก่การกระทำความผิด
เเหล่งข่าวแจ้งว่า เหตุเกิดที่ร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง ย่านถนนบรมอาสน์ เขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นอาคารของนางจำรัส (ขอสงวนนามสกุล) มารดา และมอบให้ลูกสะใภ้เปิดเป็นร้านเสริมสวย ต่อมาลูกสะใภ้ได้เลิกดำเนินกิจการและจะให้คนอื่นเช่า แม่สามีจึงเข้าไปขนตู้และโต๊ะออกมาเก็บไว้ใช้งานในขณะที่ปิดร้านไว้ ทำให้ลูกชายและสะใภ้แจ้งความจับแม่ในข้อหาลักทรัพย์ แม้พนักงานสอบสวนจะพยายามติดต่อบุตรชายกับลูกสะใภ้มาไกล่เกลี่ย ซึ่งบุตรชายมีทีท่าจะไม่ยอมความ และสนับสนุนภรรยาให้ดำเนินคดีมารดาตนเองให้ถึงที่สุด
( ภาพข้างต้นไม่เกี่ยวกับเนื้อหาข่าว ใช้ประกอบเท่านั้น)
ทั้งนี้ สาเหตุเกิดจากทั้งสองสามีภรรยามีความไม่พอใจที่มารดายังไม่ยอมแบ่งมรดกตามที่ตนมีส่วนที่จะได้รับ เพราะเป็นครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างดี ขณะที่พ.ต.อ.ดิษยเดช พัชรภูวดล ผกก.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นมาประมาณ 2 เดือนแล้ว สำหรับนางจำรัสพนักงานสอบสวนได้เรียกมารับทราบข้อกล่าวหาแล้วปล่อยตัวไป ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนพยายามติดต่อทั้งบุตรชายและภรรยา แต่ก็ไม่มาและไม่ยอมกันทั้งคู่
และในวันที่ 23 มิถุนายน ตนได้เรียกเข้าพบ และทั้ง 2 ฝ่ายได้รับปากว่าจะมาพบแล้ว แต่ น.ส.วิมลรัตน์กลับไม่ยอมมาตามนัด โดยอ้างว่าต้องรอพบกับทนายความจากจังหวัดตากก่อน แต่ทนายความไม่เดินทางมา การเจรจาจึงต้องยกเลิกไป เมื่อเป็นแบบนี้พนักงานสอบสวนก็ต้องดำเนินการตามหน้าที่ หากไม่ทำก็เกรงจะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ทั้งที่เรื่องนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำไป จึงสรุปว่าได้ส่งสำนวนส่งฟ้องไปยังอัยการจังหวัดตามขั้นตอน มีลุ้นอีกอย่างเดียวคือ ในชั้นศาลน่าจะจบลงด้วยดี
