- 26 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารที่ www.tnews.co.th
"กรรม"ที่ช่วยนายใหญ่พ่นพิษแล้ว!! "แหล่งข่าวกระทรวงคลัง" เผยผลสอบพบอดีต 2 บิ๊กสรรพากร ละเว้นเก็บภาษีหุ้นชินชัดเจน เข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่ไม่ยื่นอุทธรณ์ศาลภาษี ขณะผู้ตรวจราชการกระทรวงคลัง ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการสอบฯ ยันสัปดาห์นี้ส่งเรื่องปลัดคลังได้แน่ แหล่งข่าวยันซ้ำปลัดฯ ต้องตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง และส่งเรื่องต่อให้ ปปช. เอาผิดทางอาญา
วันนี้ (26 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวความคืบหน้า กรณีการเรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้กลุ่มเทมาเส็ก จากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งกรมสรรพากร ได้ประเมินภาษีจากการซื้อขายเมื่อปี 2549 รวมทั้งค่าปรับและเงินเพิ่มจำนวน 1.76 หมื่นล้านบาท เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมผ่านมา จากนั้นปรากฎว่า นายทักษิณได้ยื่นอุทธรณ์เรื่องนี้ และจะใช้เวลาการพิจารณาไม่เกิน 2 ปีนั้น
ล่าสุดต่อกรณีนี้ "นายยุทธนา หยิมการุณ" ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงผู้บริหารกรมสรรพากรไม่ดำเนินการเก็บภาษีการซื้อขายหุ้นจากนายทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยวานนี้ว่า คณะกรรมการจะประชุมนัดสุดท้าย และส่งผลสอบให้นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในสัปดาห์นี้ โดยที่ผ่านมาคณะกรรมการฯ ได้เรียกผู้บริหารของกรมสรรพากรที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อมูล รวมถึงอดีตอธิบดีกรมสรรพากร 2 คนคือ นายสาธิต รังคสิริ และนายสุทธิชัย สังขมณี มาชี้แจงคณะกรรมการแล้ว
โดยผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ระบุ หลังจากส่งผลสอบให้ปลัดกระทรวงการคลังแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับปลัดกระทรวงการคลังจะดำเนินการสอบสวนเอาผิดวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไปหรือไม่
อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิด ผลการสอบพบว่า มีผู้บริหารกรมสรรพากร 1-2 คน อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่การเก็บภาษีหุ้นจากอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ตั้งแต่การไม่ยื่นอุทธรณ์ศาลภาษี เพื่อต่อสู้เก็บภาษีหุ้นจากลูกอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ
“ตอนนี้พบประเด็นน่าสงสัยว่าทำไมอดีตอธิบดีกรมสรรพกรจึงสั่งดำเนินการเองให้ยุติการเก็บภาษีจากการซื้อขายหุ้นจากอดีตนายกทักษิณ โดยเสนอตรงมาจากผู้อำนวยการสำนักที่ดำเนินการเรื่องนี้ ซึ่งผิดปกติการปฎิบัติงานของราชการ ที่เรื่องจากผู้อำนวยการสำนัก ก็ต้องเสนอไปให้รองอธิบดีหรือที่ปรึกษากรม ก่อนที่จะเสนอไปที่อธิบดีกรมสรรพากร ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ การดำเนินการของอธิบดีกรมสรรพากรและผู้อำนวยการสำนักที่ชงเรื่องขึ้นมาน่าจะมีความผิด”
ทั้งนี้ แหล่งข่าวระบุด้วยว่า นายสมชัยจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกับผู้บริหารกรมสรรพากร และส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ดำเนินเอาผิดทางอาญา
อนึ่ง สำหรับกรณีการเรียกภาษีหุ้นชินคอร์ปฯ จากนายทักษิณนั้น สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม.) สั่งกรมสรรพากรประเมินภาษีเพื่อเรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้น บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น ก่อนหมดอายุความในวันที่ 31 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมากับนายทักษิณ โดยเป็นผลสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2549 นายพานทองแ ท้และน.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวของนายทักษิณขายหุ้นชินคอร์ปฯ ที่ซื้อมาจากบริษัทแอมเพิลริชฯจำนวน 329.2 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 1 บาทให้กองทุนเทมาเส็กราคาหุ้นละ 49.25 บาทผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยส่วนต่างกำไรจากการซื้อ-ขายหุ้นครั้งนั้นหุ้นละ 48.25 บาทไม่มีการเก็บภาษี และรัฐบาลเห็นว่า เจ้าของหุ้นชินคอร์ปฯที่แท้จริง คือ ทักษิณ โดยมีหลักฐานชิ้นสำคัญคือ คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ระบุว่า นายพานทองแท้และน.ส. พินทองทา เป็นผู้ถือหุ้นแทน รัฐบาลจึงจะประเมินจัดเก็บภาษีเอาจากทักษิณ เนื่องจากเป็นผู้มีรายได้จากการขายหุ้น และจะหมดอายุความในวันที่ 31 มีนาคม 2560 ดังกล่าว
