- 27 มิ.ย. 2560
ติดตามรายละเอียด http://www.tnews.co.th
อีกหนึ่งเรื่องราวความประทับใจ ที่อดชื่นชมยกย่องไม่ได้ เมื่อกลุ่มจิตอาสาได้รวมพลังกันทำความดี ออกเดินทางไปบนบนดอยทางภาคเหนือ เพื่อบริจาคสิ่งของให้โรงเรียนตามชนบทที่ขาดแคลน ซึ่งเรื่องราวและความคิดดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โศกเศร้าที่สุดของคนไทยทั้งประเทศ ที่ต้องสูญเสียพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของทุกคน เหล่าจิตอาสากลุ่มนี้จึงตัดสินใจที่จะทำตามคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 และอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือแบ่งปันคนที่ยากไร้ ขาดแคลนในถิ่นทุรกันดาน เหมือนกับที่พระองค์ท่านทรงทุ่มเทพระวรกาย เส็ดจไปทุกหนแห่งเพื่อดูแลประชาชน
โดยเรื่องเล่าดังกล่าวมาจากตัวแทนกลุ่มจิตอาสาที่ได้โพสต์เรื่องราวความประทับใจนี้ไว้บนเว็บพันทิป ผ่านบัญชีสมาชิกหมายเลข 2105826 ชื่อกระทู้ว่า หลบความรุ่งเรืองมุ่งสู่เมืองเชียงใหม่ อ.อมก๋อย ฐานะครูอาสา "ใครหลายคนถ้าได้ยินชื่อว่า อมก๋อย ทุกคนคงคิดถึง ความกันดาร กันใช่ไหมคะ ใช่แล้วค่ะ ที่อมก๋อยแห่งนี้ เป็นพื้นที่ห่างไกลความเจริญเลยทีเดียว บางจุดก็ยังไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ค่ะก่อนอื่นต้องขอเท้าความถึงที่มาของการอาสามาเป็นครูดอยในครั้งนี้ก่อนนะคะ (ค่อนข้างยาว ตัดออกไม่ได้จริงๆค่ะ) เรื่องมีอยู่ว่าหลังจากที่เราประชาชนชาวไทยต่างร่ำไห้ทั่วทั้งแผ่นดินคือในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดชเสด็จสวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ 2559 เราก็เป็นหนึ่งในคนที่อยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจ แต่เสียใจไม่นานสติก็มาค่ะ ยึดหลักในใจว่า-เสียใจให้เพียงพอแล้วดำเนินชีวิตต่ออย่างพอเพียง- และแล้วก็มีบรรดาน้องๆชวนกันไปบริจาคของที่สนามหลวง แต่เราคิดว่าของที่สนามหลวงนั้นเยอะมากเกินความจำเป็น เราเลยเริ่มมานั่งคิดว่าทำยังไงให้ของบริจาคนั้นเกิดประโยชน์สูงสุด แล้วใครจะเป็นผู้รับประโยชน์นั้น แน่นอนก็ต้องเป็นคนที่ขาดแคลน แล้วที่ไหนล่ะที่ขาดแคลน ผ่านไปเกือบ 3 เดือนจึงโพสบอกเพื่อนใน Facebook ว่าเราหาโรงเรียนได้ละนะ มาได้โรงเรียนแม่ลานหลวง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เป็นแห่งแรก
เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ใน Facebookให้ความสนใจร่วมกันบริจาคมามากเลยทีเดียวค่ะภายในเวลาไม่ถึง 3 สัปดาห์ (โพสเรื่องบริจาคว่าได้โรงเรียนแล้วครั้งแรก 12/12/2559) ยอดบริจาคทั้งหมดอยู่ที่ 152,791.50 บาท ปิดรับเงินบริจาค 30/12/2559 ระหว่างนั้นก็หาข้อมูลอีก 2 โรงเรียน เพราะว่าเงินบริจาคมีค่อนข้างเยอะ ทีแรกไม่คิดว่าจะบริจาคกันมากถึงเพียงนี้ค่ะ เพราะเพื่อนเราใน Facebookนั้นมีเพียง สามร้อยปลายๆเท่านั้น หลังจากที่ทำการหาข้อมูลเราจึงได้โรงเรียนบ้านสบลาน อ.อมก๋อย และศูนย์การเรียนรู้ชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง ห้วยบง มาเพิ่ม รวมทั้งหมดเป็น 3 โรงเรียนค่ะ
ปกติเราเป็นคนชอบเที่ยวมากอย่างช่วงปีใหม่ไม่เคยพลาดที่ต้องขับรถขึ้นเหนือค่ะ แต่ปีใหม่ครั้งนี้เป็นการไปเที่ยวแบบเกิดประโยชน์ และเป็นที่จดจำไปตลอดชีวิตค่ะ ก่อนที่จะถึงเวลานั้น เราและเพื่อนสาวอีกคน รวมเป็น 2 คน ใช่ค่ะมีแค่ 2 คน หลักๆ จริงๆก็เหมือนทำไรเกินตัวไปเยอะค่ะ แต่โชคดีที่มีเพื่อนอีกหลายคน ที่ไปรวบรวมข้าวของและเงินบริจาค พวกเค้าก็ช่วยเราได้เยอะเลยทีเดียวค่ะ เพื่อนบางคนส่งของไปให้ถึงที่ รร. เลย เพราะรถเราไม่พอขนค่ะ แต่หลักก็ยังเป็นเรา 2 คนที่จัดแจงแพคข้าวของ หรือออกไปหาซื้อแบบเรียนไปบ่อยจนเจ้าของร้านแถมที่ใส่ดินสอปากกาฝากเอาไปให้เด็กๆ หลายสิบอันเลยค่ะ
เลือกซื้อหนังสือแบบเรียนต่างๆ ตกดึกต้องไปโบเบ้หาซื้อเสื้อผ้าไปให้เด็กๆใส่ ถ้าพวกเค้ามีเสื้อใหม่ใสฉลองปีใหม่ก็คงดีใจคิดแค่นี้ และตอนนั้นเงินบริจาคก็ยังไม่มากพอสำหรับเรื่องนี้ ก็โพสบอกเพื่อนใน Facebook อีกคือทุกนาทีตลอดเกือบ 3 สัปดาห์เวลาของเราเป็นของเด็กๆ ที่ไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ แต่ยินดีละเต็มใจทำให้ เพื่อนๆก็ช่วยกันอีกคนละเล็กคนละน้อยจนมีงบสำหรับเสื้อใหม่ของเด็กๆ ดีใจแทนเด็กๆเลยค่ะ พอโครงการเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เราก็เลยตั้งชื่อให้โครงการสักหน่อยค่ะ “ปิดทองให้ทั่วองค์พระ” มีเพจด้วยนะคะฝากประชาสัมพันธ์เลยละกันค่ะ ตามไปดูได้ที่ เพจปิดทองให้ทั่วองค์พระ จะบอกรายละเอียดทั้งหมดกับเรื่องบริจาคในครั้งนี้ ฝากกด Likeและกดแชร์เมื่อเห็นว่าเป็นประโยชน์ มีคนกดไม่ถึง 70 คนเลยค่ะ ฝากด้วยนะคะ รบกวนทีค่ะ ขอบคุณค่ะ
และที่มาของชื่อโครงการนี้ก็มาจากการทำความดี ไม่แค่เป็นการปิดทองหลังพระ ถ้ามีแต่คนปิดทองแต่ด้านใดด้านหนึ่งเพียงด้านเดียว แล้วอีกด้านที่เหลือล่ะใครจะเป็นคนปิด หมายความว่า เราจะทำดี และถ้ามีโอกาสเราก็จะทำดีในทุกที่บนแผ่นดินไทยนี้ แผ่นดินที่ให้ที่อยู่ทำกิน และเป็นคนเต็มคนได้ถึงทุกวันนี้ เลยถือโอกาสนี้ตอบแทนแผ่นดินค่ะ โครงการนี้จะไม่สำเร็จเลยถ้าขาดเพื่อนๆพี่ๆน้องๆของเราที่ช่วยกันบริจาค ไม่ว่าจะเป็นข้าวของหรือเงินก็ตาม บางคนเราไม่รู้จักด้วยซ้ำ แต่พวกเขาก็ใจดีช่วยกันร่วมทำบุญในครั้งนี้ บางคนเป็นเพื่อนที่ทำงานของเพื่อนเราอีกที บางคนมาจากกลุ่มสถาปนิก (รุ่นพี่ช่วยไปประชาสัมพันธ์ให้) บางคนเป็นเพื่อนสมัยเรียนม.ต้น ที่ไม่เคยเรียนห้องเดียวกัน ไม่เคยคุยกันเลยด้วยซ้ำ หน้ายังจำไม่ได้ บางคนเป็นญาติห่างๆ และหลายคนเป็นเพื่อนทั้งสนิทและไม่สนิท รุ่นน้องที่มหาลัยที่ห่างกันเกือบ 10 รุ่น หรือไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่ทำงาน บางคนเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด แต่พอถึงเวลาที่ต้องช่วยกัน ทุกคนยินดีและเต็มใจช่วย เรียกว่า คนไทยไม่ทิ้งกันก็คงไม่ผิดค่ะ ต้องขอขอบคุณคนเหล่านี้มากๆค่ะ ขอบคุณแทนเด็กๆที่อมก๋อยด้วย ขอบคุณจริงๆ ค่ะ เพื่อเป็นการตอบแทนทุกๆ คนที่ช่วยกันในครั้งนี้เราเลยทำโปสการ์ด 2 ใบ กะว่าให้เด็กเขียนมาขอบคุณพี่ๆ ที่ใจดีด้วยตัวเอง เพราะก่อนหน้านี้มีเด็กๆ ที่โรงเรียนแม่ลานหลวงส่งของขวัญเล็กๆ น้อยๆ มาขอบคุณ "
ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวเป็นเรื่องราวที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่เข้ามาอ่านอย่างมาก แม้ว่าวันนี้พ่อหลวงที่พวกเราคนไทยรักสุดหัวใจจะไม่อยู่แล้ว แต่คำสอนต่างๆ ของพระองค์ท่านจะสถิตในใจเราตราบนานเท่านาน หากไม่ลำบากมากจนเกินไป เราก็สามารถร่วมแรงร่วมใจ ช่วยเหลือพี่น้องคนไทยด้วยกัน ยามสุขก็สุขไปพร้อมกัน ยามทุกข์ก็พร้อมช่วยเหลือกัน และก้าวเดินตามรอยของพระองค์ท่าน ใช้ชีวิตด้วยความพอเพียงและมีน้ำใจแก่เพื่อนมนุษย์ เท่านี้ก็ถือว่าเราได้ตอบแทนพระคุณของพระองค์ท่านที่คอยดูแลพวกเรามาตลอด 70 ปีแล้ว...
หลบความรุ่งเรืองมุ่งสู่เมืองเชียงใหม่ อ.อมก๋อย ฐานะครูอาสา
ขอบคุณ: pantip.com
