ไม่รู้จริง !!! อย่ามาพูด !!! บิ๊กตู่ยัน "หอชมเมือง" ไม่เอื้อประโยชน์ใคร รัฐบาลไม่ได้ควักตังค์เอง

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ครม.มีมติอนุมัติให้สร้างหอชมเมืองกรุงเทพฯ ว่า ไม่ได้เป็นการใช้งบประมาณของรัฐบาล จึงขอสื่อมวลชนชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ เพราะสิ่งที่ทำเป็นโครงการที่เสนอขึ้นมา มีการจัดตั้งคณะกรรมการ รวมถึงมีการพิจารณามานานแล้ว ซึ่งรัฐบาลมองเห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในการเป็นสัญลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ทำเป็นหอชมเมืองให้ประชาชนขึ้นไปชม โดยภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ชาติไทยและสถาบัน

"ไม่ใช่เรื่องธุรกิจ รัฐบาลเห็นว่าความมีส่วนร่วมกับเขา เขามีส่วนร่วมกับเรา รัฐบาลไม่ต้องออกเงิน ก็หาที่ตรงนั้น จริงๆ เป็นที่ต้องใช้ประโยชน์อยู่แล้ว ก็มีโยกสลับที่ไปจัดหาที่ใหม่ให้ เพื่อเอาที่ตรงนี้ทำให้เกิดประโยชน์ จะต้องดูแบบนี้ ดูว่ามันไม่ได้เอื้อประโยชน์ ถ้ามองแบบนี้มันก็เอื้อประโยชน์ทั้งหมด สร้างตรงนี้ไปเอื้อตรงโน้น มองแบบนี้ก็ไม่ต้องเกิดอะไรขึ้นทั้งสิ้น" นายกฯ กล่าว

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2559 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบสร้างหอชมเมืองเป็นโครงการตามนโยบายของรัฐบาล มีมูลค่าโครงการ 4,621 ล้านบาทเศษ แบ่งเป็น ค่าการลงทุนก่อสร้าง 4,422 ล้านบาท และเป็นค่าที่ราชพัสดุ 198 ล้านบาทเศษ สำหรับแหล่งเงินทุนโครงการมาจากเงินทุนของมูลนิธิพอชมเมือง เงินกู้จากสถาบันการเงิน และเงินบริจาคจากภาคเอกชน โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ จะนำไปบริจาคให้องค์กรสาธารณะกุศลต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ

สำหรับวัตถุประสงค์การจัดทำโครงการนี้เพื่อเป็นต้นแบบน้อมนำศาสตร์พระราชาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานไว้มาดำเนินโครงการโดยจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของไทยและเป็นสัญลักษณ์สำคัญแห่งยุคพร้อมทั้งเป็นต้นแบบก่อสร้างอาคารสูงซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงและความรู้ทางการบริหารจัดการการออกแบบและวิศวกรรมอันล้ำสมัยตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล นอกจากนี้ยังจัดให้นักเรียนนักศึกษาเข้าเรียนรู้ขั้นตอนการก่อสร้าง เพื่อยกระดับพื้นฐานทางปัญญาเยาวชนไทย

โดยมีเงื่อนไขสำหรับเอกชนที่เข้ามาจัดทำโครงการคือ ให้จัดทำแผนบริหารการสัญจร การรักษาสิ่งแวดล้อม การพัฒนาชุมชนในบริเวณใกล้เคียงและแผนรับมือการจราจรบริเวณดังกล่าวเพื่อบรรเทาการจราจรติดขัด ตลอดจนให้กรมธนารักษ์และกรมการคลังพิจารณานำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ของมูลนิธิหอชมเมืองโดยมิให้นำมาแบ่งปันกัน