- 28 มิ.ย. 2560
ยกแรก!!กกต."สมชัย" ชนะน๊อค สวนหมัด"มีชัย"ค้ลอยตามนักการเมือง !! ที่หลังก็อย่างเขียน รธน.ออกกฎหมายให้ยุ่งยาก!!
เป็นประเด็นร้อนฉ่าทางการเมืองสำหรับกรณีไพรมารี่โหวตซึ่งความขัดแย้งได้บานปลายออกไปเป็นหลายฝั่งหลายฝ่าย แน่นอนละครับฝ่ายแรกเป็นบรรดานักการเมืองทั้งหลายที่คัดค้านกันอย่างเต็มที่ ส่วนอีก 3 ฝ่ายที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องได้แก่ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช) นี่ก้กลายมาเป็นประเด็น เมื่อนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้ออกมาแสดงความเห็นเรื่องไพรมารี่โหวตที่มีน้ำหนักไปทางพรรคการเมืองที่เห็นว่าเป็นเรื่องที่ปฏิบัติยาก และที่สำคัญนายมีชัย ถึงกับระบุว่า ถ้าร่างกฎหมายนั้นส่งผลทำให้พรรคการเมืองส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งไม่ได้ หรือทำให้การเลือกตั้งทำไม่ได้หรือการเลือกตั้งมีปัญหาถ้าเป็นแบบนี้คงจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า
“นอกจากปัญหาในทางปฏิบัติของพรรคการเมืองขนาดเล็กแล้ว แม้แต่พรรคใหญ่ก็มีปัญหา จะนำเงินและเวลาที่ไหนไปทำไพรมารีโหวต ซึ่งอาจจะนำไปสู่การส่งผู้สมัครลงไม่ได้ ทำให้การเลือกตั้งไม่ราบรื่น หรือการเลือกตั้งที่เป็นไปไม่ได้ ก็ถือว่าขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ เพราะกฎหมายต้องออกมาให้มีการเลือกตั้ง ทั้งนี้หากมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วม ผมจะไปเป็นกรรมาธิการเอง ซึ่งรวมถึงร่าง พ.ร.ป.กกต. ด้วย”
นายมีชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ ในส่วนของ กกต. ก็เสี่ยงที่จะปฏิบัติขัดรัฐธรรมนูญด้วย เพราะเท่าที่ฟังคำชี้แจงของตัวแทน กกต. ไม่มีมาตรการรองรับ แต่ถูกสั่งมาให้บอกว่าไม่มีปัญหา พอซักถามก็ตอบไม่ได้ กรธ. จึงต้องมาศึกษาเอง เพราะไม่เพียงแต่จะมีปัญหาในทางปฏิบัติ แต่จะเป็นเรื่องการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญด้วย เช่น เรื่องที่ กกต. จะเป็นผู้ให้ใบเหลือง ใบแดง กรณีที่มีการร้องเรียนว่ากระบวนการไพรมารีโหวตไม่ถูกต้อง เพราะหาก กกต. มีอำนาจในการเข้าไปตรวจสอบระบบไพรมารีโหวตได้ โดยอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเลือกตั้งทั่วไป ก็จะนำไปสู่การกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากหากเป็นส่วนหนึ่งของการเลือกตั้ง แต่ กกต. ไม่จัดเลือกตั้งเองในส่วนไพรมารีโหวต จะให้คนอื่นจัดการเลือกตั้งได้อย่างไร เพราะ กกต. ก็บอกว่า การจัดหน่วยเลือกตั้งไพรมารีโหวตเป็นภาระของพรรคการเมืองไม่ใช่ กกต. ก็ถือว่าไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการจัดเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งในวิธีคิดของ กกต. เอง โดยสิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ กรธ. พยายามถาม กกต. แล้ว แต่ตอบไม่ได้ กรธ. จึงต้องพิจารณาเอง
ก็กลายเป็นประเด็นร้อน สำหรับคำให้สัมภาษณ์ของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เพราะได้ไปพาดพิงกกต. ทำให้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านบริหารกลาง ได้ออกมาตอบโต้ทันทีว่าการที่นายมีชัย ที่ออกมาระบุว่า กกต.ถูกสั่งให้ตอบว่าร่างกฎหมายพรรคการเมือง ว่าด้วยไพรมารีโหวตนั้นไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ว่า พรรคการเมืองขนาดกลางและเล็ก คงไม่อยากทำไพรมารีโหวต เพราะไม่มีสาขาพรรคทุกจังหวัด สมาชิกไม่พอ และไม่มีต้นทุนในการจัดการ พรรคการเมืองขนาดใหญ่คงไม่อยากทำ แม้จะมีสาขา มีเงินทุน เพราะเป็นภาระทางธุรการ และเป็นการลดทอนอำนาจของเจ้าของพรรคหรือกรรมการบริหารในส่วนกลาง ไม่สามารถชี้ตัวคนลงเลือกตั้งได้แต่ต้องฟังจากเสียงประชาชนในพื้นที่ นายสมชัย กล่าวอีกว่า ส่วนกกต.ก็คงไม่อยากให้มีไพรมารีโหวต เพราะเป็นการเพิ่มขั้นตอน มีความยุ่งยากในการทำความเข้าใจ ลำบากในการกำกับ และยังต้องตรวจสอบว่าการทำไพรมารีของพรรคเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่ แต่หากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช)ผ่าน ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองให้มีไพรมารีโหวต กกต.จึงบอกว่าพร้อมน้อมรับปฏิบัติ แต่คนที่คัดค้าน กลับกลายเป็น กรธ.โดยยกประเด็นว่า หากมีไพรมารีโหวตพรรคอาจจะส่งผู้สมัครไม่ได้ ทั้งๆที่เป็นฝ่ายชูธงการปฏิรูปการเมืองมาโดยตลอด จนมีวาทะ จะปฏิรูปก็ต้องเจ็บปวดบ้าง คราวนี้กลับแปลกว่าไปเจ็บปวดแทนพรรคการเมือง ห่วงพรรคการเมืองจะลำบาก
"กรธ. พยายามเอา กกต.เป็นพวก อยากเอาคำพูดของ กกต.ว่าจัดไม่ได้ จัดลำบาก เพื่อมาล้มไพรมารีโหวตของ สนช. พอเจ้าหน้าที่ กกต.บอกในทางตรงข้ามว่าทำได้ ก็ขัดใจหาว่า เจ้าหน้าที่ถูก กกต.บังคับให้พูด เมื่อเขายืนยันว่าทำงานได้ ทำไมต้องไปบอกว่าถูก กกต.สั่งให้พูด หากคิดว่าสิ่งที่ผมคิดเท่านั้นถึงถูก วันหลังก็อย่าร่างรัฐธรรมนูญว่ากฎหมายลูกต้องผ่านความเห็นชอบจาก สนช.ให้ยุ่งยาก"นายสมชัย กล่าว
การที่นายสมชัย ตอบโต้นายมีชัย อย่างรุนแรง ก็ต้องพิจารณาต่อไปว่า การที่ทั้ง 3ฝ่าย คือกกต. กรธ. และสนช. ต้องทำงานร่วมกันต่อไปในการที่จะทำให้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งออกมาบังคับใช้ด้วยนั้นจะราบรื่นไปได้อย่างไร
น่าแปลกใจเถียงกันแต่เรื่องการปฏิบัติ แต่ไม่ได้พูดกันถึงการแก้ไขปัญหา ที่นายทุน หรือเจ้าของพรรคการเมืองกุมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แล้วใช้อำนาจนั้นไปแสว่งหาประโยชน์ในการทุจริตคอรับชั่นจนกลายเป็นวงจรอุบาทว์ทำให้การเมืองไทยมีปัญหาจนประชาชนต้องเรียกร้องให้มีการปฏิรูปก็ล้วนมาจากพรรคการเมืองทั้งสิ้น
