- 29 มิ.ย. 2560
ติดตามรายละเอียด : http://www.tnews.co.th
สืบเนื่องจากเวบไซต์ samuitimes ได้มีการรายงานข่าวเผยแพร่ไปทั่วโลก ต่อกรณีการเสียชีวิตของ น.ส. เอลีส ดัลเลมานจ์ นักท่องเที่ยวชาวเบลเยี่ยม วัย 30 ปี ซึ่งถูกพบเป็นศพบนโขดหินในป่าเหนืออ่าวโตนด ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี โดยไม่ทราบสาเหตุจูงใจ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา กระทั่งนางมิเชล มารดาของ น.ส.เอลิส ตัดสินใจโพสต์ข้อความบนเครือข่ายเฟซบุ๊ก ปรากฏเป็นข้อความในวันที่ 20 มิ.ย. ในลักษณะตั้งข้อสงสัยว่าการเสียชีวิตของลูกสาว อาจไม่ได้เกิดขึ้นจากการผูกคอฆ่าตัวตายตามข้อสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย เนื่องจากเธอเพิ่งพูดคุยผ่านสไกป์กับแม่ว่า ตัดสินใจเตรียมจะเดินทางกลับบ้านในเบลเยี่ยม หลังจากออกท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ มานานถึง 18 เดือน
ล่าสุด พ.ต.อ.ปรีชา กลัดสวัสดิ์ รอง ผบก.ภ.จ.สุราษฏร์ธานี (รักษาราชการแทน พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ระบุว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.โชคชัย สุทธิเมฆ สวญ. สภ.เกาะเต่า ในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่เกิดเหตุให้เร่งสรุปข้อเท็จจริงสาเหตุการเสียชีวิจของนักท่องเที่ยวชาวเบลเยี่ยมอีกครั้ง ก่อนรายงานตรงยังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายใน 3 วันนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ก่อนหน้านั้นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่าง “เกาะเต่า” ต้องเจอเหตุการณ์การหายตัวไปอย่างปริศนาของ น.ส.วาเลนตินา โนโวจีโอโนวา นักท่องเที่ยวสาวชาวรัสเซีย วัย 23 ปี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2560 และมีความพยายามค้นหาในทุกจุดที่คาดว่าจะเป็นการสูญหายของนักท่องเที่ยวรายนี้แต่ก็ไม่พบตัว จนเมื่อเวลาผ่านไปนานถึง 36 วันปฏัติการค้นหาจึงได้ยุติลง โดยคาดว่าเธออาจเสียชีวิตในระหว่างออกไปดำน้ำ เพราะส่วนตัวเป็นคนชื่นชอบการดำน้ำเป็นอย่างมาก ขณะที่มีข้อมูลว่าตัวเธอเองสงสัยว่าอาจเป็นโรคโฟเบีย (Phobia) ซึ่งสันนิษฐานว่า อาจเป็นส่วนหนึ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างดำน้ำแล้วเสียชีวิต โดยทางครอบครัวที่เดินทางมาติดตามหาลูกสาวเองก็ไม่ติดใจกรณีที่เกิดขึ้น ก่อนเดินทางกลับประเทศรัสเซียไป
นอกจากนั้นถ้าย้อนกลับไป ก็เคยกรณีเหตุที่นำมาซึ่งความรุนแรงและทำให้ภาพลักษณ์ของเกาะเต่าเสียหายอย่างหนัก โดยเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2557 มีการพบศพนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 2 ราย คือ ฮันนาห์ วิคตอเรีย” และ “เดวิด วิลเลียม” เสียชีวิตจากการถูกฆาตรกรรม โดยทั้งคู่มีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็งที่ใบหน้าหลายแผล
ต่อมามีการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ประกอบด้วย นายเวพิว หรือวิน ไม่มีนามสกุล อายุ 21 ปี สัญชาติพม่า (ยะไข่) และนายซอ ลิน หรือโซเรน ไม่มีนามสกุล อายุ 21 ปี สัญชาติพม่า (ยะไข่) ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยการขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้นั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงและเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน
จากนั้นได้มีการนำผู้ต้องหาทั้งสองฟ้องร้องต่อศาลจังหวัดเกาะสมุย สุราษฎร์ธานี และเมื่อวันที่ 1 มี.ค.2560 ที่ผ่านมา ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเกาะสมุย ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ประหารชีวิต นายเวพิว และ นายซอ ลิน แรงงานเมียนมา โดยเห็นว่าคำอุทธรณ์ของจำเลยในประเด็นหักล้างว่าเอกสารและภาพถ่านในขั้นตอนการจัดเก็บวัตถุพยาน การบรรจุปิดผนึก การส่งและรับวัตถุพยาน ตลอดจนการตรวจสอบวัตถุพยานบางขั้นตอนไม่สมบูรณ์ฟังไม่ขึ้น ???
กระทั่งเวลาผ่านไป 3 ปี กรณีเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวต่างชาติ บนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ก็ย้อนกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับข้อคำถามถึงสาเหตุที่แท้จริงจากครอบครัวผู้เสียชีวิต ???
