- 30 มิ.ย. 2560
ติดตามรายละเอียด : http://www.tnews.co.th
สืบเนื่องจากกรณี น.ส.เอลีส ดัลเลมานจ์ แต่ชื่อที่มูลนิธินำศพมาส่งชื่อ น.ส.เอลิเซ่ โซฟี วินซีน เอ็นมานูเอล ดาเลเมกเน่ (ทำให้เมื่อตรวจสอบในตอนแรกไม่พบ) นักท่องเที่ยวชาวเบลเยี่ยม วัย 30 ปี ถูกพบเป็นศพบนโขดหินในป่าเหนืออ่าวโตนด พื้นที่ส่วนหนึ่งของเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี โดยไม่ทราบสาเหตุจูงใจ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา โดยสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ แจ้งว่าผลการชันสูตรของโรงพยาบาลตำรวจ อยู่ในสำนวนการสอบสวนแล้ว โดยแพทย์ ระบุเพียงว่าขาดอากาศหายใจ ผูกคอ ซึ่งคำว่าผูกคอตามรายงานการชันสูตรพลิกศพ เป็นสาเหตุของการขาดอาการหายใจ แต่ไม่ได้ลงความเห็นว่าผูกคอนั้น เป็นการผูกด้วยตัวเอง หรือผู้อื่น พนักงานสอบสวนจึงต้องรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อบ่งชี้ว่าเป็นการกระทำด้วยตัวเอง หรือถูกผู้อื่นกระทำ ตามที่มีการนำเสนอข่าวก่อนหน้านั้น คลิกอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ไขปมข่าว!!! ย้อนฆาตรกรรมโหดฆ่าทุบหัวหนุ่มสาวอังกฤษ ปี 57 ล่าสุดปี 60เศร้าซ้ำแม่ “แหม่มเบลเยี่ยม”โพสต์ข้องใจเหตุลูกสาวกลายเป็นศพบนเกาะเต่า???
ขณะเดียวกันทางด้านเว็บไซต์มิเรอร์ของอังกฤษ ได้รายงานเหตุการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวบน "เกาะเต่า" ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในลักษณะวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบ ว่า มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเสียชีวิตบนเกาะเต่าแล้วถึง 7 ราย พร้อมตั้งฉายาเกาะเต่าว่า "Murder Island' หรือ "เกาะฆาตกร"
ล่าสุด ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้สั่งการให้ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ลงพื้นที่ไปคลี่คลายข้อสงสัยแล้ว
ด้าน พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า ทางแทพย์นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ได้ส่งรายงานการตรวจศพไปให้พนักงานสอบสวน สภ.เกาะเต่า เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนที่มีการนำเสนอข่าวว่าไม่พบชื่อศพ น.ส.เอลิส ในระบบการรับศพของสถาบันนิติเวชนั้น อาจเป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยปกติแล้วการค้นหาชื่อในสารบบ ถ้ากรอกชื่อไม่ตรงจะไม่ปรากฏชื่อ หรือชื่อที่ต้องการค้นหากับชื่อที่ระบบในรายงานการส่งศพไม่ตรงกัน ก็จะหาไม่เจอเช่นกัน
ทั้งนี้ ในกรณีนี้ชื่อที่ปรากฏตามข่าว คือ น.ส.เอลีส ดัลเลมานจ์ แต่ชื่อที่มูลนิธินำศพมาส่งชื่อ น.ส.เอลิเซ่ โซฟี วินซีน เอ็นมานูเอล ดาเลเมกเน่ ทำให้เมื่อตรวจสอบในตอนแรกไม่พบ ขณะเดียวกันเป็นไปได้ว่าระหว่างที่สื่อตรวจสอบเป็นช่วงการรีเซ็ตระบบค้นหาประจำวัน ทำให้เมื่อกรอกข้อมูลท้องที่ที่ส่งศพก็ไม่พบข้อมูลอีก จึงเกิดการเข้าใจผิด โดยในรายงานการส่งศพ น.ส.เอลีส ระบุว่าส่งมาวันที่ 2 พ.ค. แต่นิติเวชได้รับศพวันที่ 4 พ.ค. เวลา 04.15 น. จึงตรวจหาในระบบไม่พบ
