- 01 ก.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด: http://www.tnews.co.th
สืบเนื่องจากกรณีที่น.ส.พรทิพย์ จันทรัตน์ อายุ 44 ปี ได้พาด.ญ.ภัทรดา แก้วผ่อง หรือ "น้องบีม" ลูกสาววัยอายุ 14 ปี นั่งรถวีลแชร์ตระเวนขายของ ที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์ จ.นนทบุรี เนื่องจากป่วยเป็นโรคกระดูกทับไขสันหลัง ต้องกลายเป็นคนพิการไม่สามารถเดินได้ หลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ซ้ำร้ายสามีซึ่งเป็นเสาหลักของบ้านก็มาเสียชีวิต และทางบริษัทรถพ่วงคู่กรณียอมจ่ายเงินค่าเสียหายให้ แต่ถูกทนายอาสาว่าความในคดี โกงเงินชดใช้ค่าเสียหายที่คู่กรณีจ่ายให้กว่า 5 ล้านบาท ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวก็เป็นอีกเรื่องราวที่สังคมให้ความสนใจ รวมถึงดาราคนดังอย่าง "นก จริยา" ก็เห็นใจในเรื่องราวที่น้องบีมและคุณแม่ต้องเผชิญ จึงตัดสินใจโอนเงินช่วยเหลืออีกแรง ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปก่อนหน้าแล้วนั้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : อนุโมทนาบุญ..สาธุๆ!! "นก จริยา" โอนเงินช่วย "น้องบีม" ด.ญ.พิการถูกทนายโกงเงิน "DSI" เหลืออดโดดช่วยสางคดีอีกแรง!?!
ล่าสุดพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ได้ออกมาพูดถึงกรณีนี้ว่า เรื่องดังกล่าวเกิดมาตั้งแต่ปี 2549 มีขบวนการของคนที่ใช้ความรู้ด้านกฎหมายมาหลอกลวงผู้เสียหาย ซึ่งเป็นถึงทนายความ และในส่วนของผู้เสียหายก็เพิ่งมารู้ว่าถูกหลอกทรัพย์สินที่จะต้องได้รับเบื้องต้นประมาณ 4 ล้านบาท ไปๆ มาๆ กลับได้รับเพียงแค่ 28,500 บาท ซึ่งส่วนที่เหลือก็ถูกทนายคนดังกล่าวเอาไปหมดแล้วนั้น
จนผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่สน.บางยี่ขัน ในความผิดฐานฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสาร แต่ปรากฏว่า ความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร เมื่อนำหลักฐานไปเสนอต่อศาลเพื่อขอหมายจับ ปรากฏว่าศาลไม่สามารถพิจารณาออกหมายจับให้ได้ เพราะมองว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงเอกสาร ของบริษัทที่ชดใช้ค่าเสียหายให้ ซึ่งเป็นเรื่องที่อุปโลกน์กันเองเหมือนการแอบอ้างแล้วเซ็นชื่อมาเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคล
ซึ่งตนได้สั่งการกำชับการปฏิบัติให้ทางบก.น.7 ว่าจะช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายได้มากน้อยแค่ไหน เพราะกรณีของการปกครอง อยากทราบว่าผู้มีวิชาชีพทนายความ มีพฤติการณ์ลักษณะแบบนี้ จะต้องสอบสวนด้านจริยธรรมจรรยาบรรณด้วยหรือไม่ เพราะถือว่าเอาความรู้ทางด้านกฎหมายมาหาประโยชน์ให้ตนเอง และเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น
อย่างไรก็ตาม ตนกำชับสั่งการให้ พ.ต.อ. อรรถวุฒิ นิวาตโสภณ ผกก.สน.บางยี่ขัน พยายามตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด และหากมีข้อมูลที่กระทำความผิดในกรรมอื่นๆ หรือฐานอื่นๆ ต่างกรรมต่างวาระต้องมาดำเนินการกับบุคคลที่ทำให้น้องผู้พิการเสียหาย ถือเป็นเรื่องน่าเห็นใจ เพราะขณะที่เกิดเหตุผู้เสียหายอายุเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น เรื่องผ่านมา 11 ปี ต้องมาเสียคุณพ่อไปด้วย แทนที่จะได้ค่าชดเชยค่าเสียหาย กลับต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ และพวกอาสาสมัครจะช่วยเหลือ และมาทำนิสัยแบบนี้ มันน่าตกนรก 7 ขุม เลวมากที่เอาวิชาชีพสุจริตมาหากินกับคนพิการ ทำผู้อื่นได้รับความเสียหาย มันแย่มากๆ
