- 01 ก.ค. 2560
ครูตู่!! นายกฯแนะใช้บัตรเดบิต แทนบัตรเครดิต ลดหนี้ ย้ำ e-Payment มีแต่ข้อดี
ซึ่งผลตอบรับเป็นไปด้วยดี และ มีการใช้งานเพิ่มสูงขึ้น อย่างต่อเนื่องเพราะมีค่าใช้จ่ายต่ำ หรือไม่มีค่าใช้จ่ายเลยในการโอนเงิน ปัจจุบันมีการนำหมายเลขโทรศัพท์ หรือ บัตรประชาชน มาลง ทะเบียนแล้วกว่า 29 ล้านหมายเลข มีการโอนเงินแล้ว 11.5 ล้านครั้ง รวมเป็นเงิน 6.9 หมื่นล้านบาท
แต่คิดว่าใช้กดเงินจากเครื่อง ATM ได้อย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้วสามารถใช้ซื้อสินค้าได้ด้วยไม่ต้องเสียเวลาไปกดเงินสดออกมาก่อนด้วย นะครับ ที่ผ่านมา ก็ได้มีการวางเครื่องรับบัตร ให้กระจายไปในทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ ซึ่งร้านค้าที่ติดตั้งเครื่องรับบัตรนี้ จะได้ประโยชน์จากช่องทางการรับเงินที่เพิ่มขึ้น และ จะช่วยลดภาระการบริหารจัดการเงินสดที่มีต้นทุนสูง ที่ผมได้กล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ด้วยและ เพื่อสนับสนุนการใช้บัตรเดบิต ให้แพร่หลาย ก็ได้มีการมอบรางวัล ให้ประชาชนที่ใช้บัตรเดบิต และ ร้านค้าที่ติดตั้งเครื่องรับบัตรของโครงการ National e-Payment โดยรางวัลสูงสุด เป็นเงิน 1 ล้านบาท และ มีรางวัลอื่น ๆ ลดหลั่นกันลงมาอีก กว่า 1,000 รางวัล
ซึ่งเมื่อวานนี้ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2560 ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ คลัง ก็ได้แจกรางวัลครั้งแรกไปแล้วนะครับ รางวัลที่ 1 ด้านประชาชนผู้ใช้บัตร คือ คุณอรนุช มานมูเลาะ ซึ่งเป็นผู้ที่ใช้บัตรเดบิตเป็นประจำ ส่วนด้านร้านค้า คือ บริษัทเต็มใจ เซอร์วิส ซึ่งเป็นสถานีบริการน้ำมัน นะครับ ผมจึงขอเชิญชวนทุกท่าน ให้หันมาใช้บัตรเดบิตกันมากขึ้น ร้านค้าก็สามารถติดต่อขอติดตั้งเครื่องรับบัตร จากธนาคารได้ นอกจากจะจ่ายเงิน รับเงิน สะดวกปลอดภัยขึ้นแล้ว ยังมีโอกาสได้รับรางวัลด้วย เรายังคงมีการให้รางวัล อีก 11 ครั้ง ถึง เดือนเมษายน 2561
ซึ่งการจับรางวัลจะใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สุ่มขึ้นมาจากเลขรหัสรายการที่ท่านใช้บัตรเดบิตซื้อสินค้า ซึ่งจะมีการป้องกัน และมีคณะกรรมการ ตรวจสอบ จึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย และโปร่งใส ซึ่งรัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนจะเห็นประโยชน์ และจะเป็น อีกก้าวหนึ่ง ในการเดินหน้าไปสู่การเป็น Thailand 4.0 ไปด้วยกันนะครับ
เราจะต้องระมัดระวังการใช้จ่ายบัตรเครดิตอย่างไม่จำเป็น ไม่จำกัด ไม่ประมาณตน ตามขีดความสามารถในการชำระหนี้ด้วยนะครับ ยังคงมีวาทะกรรม ที่ว่าไม่ดูแล “ผู้มีรายได้น้อย” ก็มีการจัดตั้งกองทุนให้กู้ไป ให้เครดิตไป ก็ยังใช้เกินตัวอยู่ ยังคงประพฤติเหมือนเดิม หนี้สินก็มากขึ้นกว่าเดิมแล้วก็กลับมาโทษรัฐบาลอีก ถ้าคิดแบบนี้ทำแบบนี้ เราจะแก้ไขกันได้อย่างไร"
