- 05 ก.ค. 2560
ติดตามรายละเอียดที่นี่ http://www.tnews.co.th
จากกรณีนางพรทิพย์ จันทรัตน์ มารดา พา ด.ญ.ภัทรดา แก้วผ่อง หรือ น้องบีม อายุ 14 ปี ลูกสาวพิการนั่งรถเข็นวีลแชร์ มาขายของที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังประสบอุบัติเหตุชนกับรถพ่วง 18 ล้อ ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อปีพ.ศ. 2548 และทางบริษัทคู่กรณีจ่ายเงินค่าเสียหายผ่านทางทนายความ รวม 5 ล้านบาท แต่ถูกนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายความโกงเงินเงียบหายไป เมื่อทางแม่ของน้องบีมติดต่อไปนั้น ทางทนายกลับตอบว่ามีความจำเป็นต้องใช้เงิน
นอกจากนั้น เมื่อวาน (4 มิ.ย.) ที่ผ่านมา ได้มีหญิงสาวรายหนึ่ง ทราบชื่อคือ น.ส.นิษฐาณัฐ ภัทรธนินนิษฐ์ อายุ 54 ปี ชาวนนทบุรี ได้นำเอกสารเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ว่าถูกนายพิสิษฐ์ ทนายความคนเดียวกับที่โกงเงินของน้องบีมและคุณแม่ หลอกลวงเอาเงินไปจำนวน 1,336,830 บาท หลังมอบหมายให้เป็นทนายว่าความคดีมรดก อีกทั้งนายพิสิษฐ์ ยังแอบไปยืมเงินญาติตนเองอีก 2 ราย เป็นเงิน 950,000 บาท
ล่าสุด เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว วันนี้ (5 มิ.ย.) น.ส.นิษฐาณัฐ ภัทรธนินนิษฐ์ อายุ 54 ปี พร้อมด้วยนายทัศชาคร สายัมพล บุตรชาย ได้เดินทางเข้าพบสภาทนายความ ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อยื่นเอกสารหลักฐานร้องขอความเป็นธรรมหลังถูกนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายความ หลอกลวงเอาเงินไปจำนวน 1 ล้านกว่าบาท โดยมีว่าที่ร้อยตรีถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ พร้อมด้วยนายเสาวภักดิ์ สกุลโรมวิลาส อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เป็นผู้รับเรื่อง
โดย น.ส.นิษฐาณัฐ เปิดเผยว่า รู้จักกับนายพิสิษฐ์ผ่านทางภรรยาที่เคยมาขอเช่าอาคาร โดยในปี 2551-2552 ได้ว่าจ้างให้นายพิสิษฐ์เป็นธุระจัดการเรื่องมรดกของบิดาที่เสียชีวิตไป ซึ่งตอนนั้นไม่ได้มีข้อพิพาทใดๆ กับครอบครัว หลังเกิดความคุ้นเคยกัน นายพิสิษฐ์ ได้ขอยืมเงินไปประมาณ 50,000 บาท อ้างว่าเพื่อยืมไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ซึ่งเป็นการยืมโดยปากเปล่าไม่ได้ทำสัญญา ก่อนที่ต่อมาจะมาทราบจากญาติว่านายพิสิษฐ์มาขอยืมไปอีกกว่า 900,000 บาท จึงเห็นว่าควรทำสัญญากู้ยืมเงิน ซึ่งรวมเงินของคนในครอบครัวที่ถูกยืมไป รวมกกว่า 1.3 ล้านบาท และจะครบกำหนดชำระคืนในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ซึ่งก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมชดใช้เงินคืนให้มาตลอดจนถึงปัจจุบัน ทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อน
ส่วนเรื่องดังกล่าวที่ไปเกี่ยวข้องกับกรณีของน้องบีมนั้น เนื่องจากมีอยู่วันหนึ่งตนได้ไปงานศพงานหนึ่งที่วัดชลประทาน และบังเอิญไปพบกับน้องบีม ก็ได้พูดคุยถามไถ่กันมาระยะหนึ่ง จึงเกิดความสงสาร ได้พูดคุยกับทนายความว่าสมควรให้ความช่วยเหลือ นายพิสิษฐ์ จึงรับว่าความให้น้องบีมมาตั้งแต่นั้น
ทั้งนี้ร้อยตรีถวัลย์ ระบุว่า จะจัดทนายความอาสาให้ความช่วยเหลือว่าความในกรณีนี้ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ส่วนกรณีของนายพิสิษฐ์นั้นในวันพรุ่งนี้ จะมีการประชุมเพื่อลงมติว่าสมควรมีการถอดถอนนายพิสิษฐ์ ออกจากสารบบทนายความหรือไม่ ส่วนเรื่องของการฟ้องร้องทางแพ่งนั้น คาดว่าจะดำเนินการได้ใน 1-2 วันนี้ โดยตัวเลขความเสียหายตามหนังสือรับสภาพหนี้ อยู่ที่ประมาณ 3 ล้าน 8 แสนบาทไม่รวมดอกเบี้ย.
