- 11 ก.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
หลังจากมีความอึมครึมมาระยะหนึ่งถึงความชัดเจนเกี่ยวกับเส้นทางรถไฟไทย-จีน ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงว่า จะแบ่งการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงเป็น 2 ระยะคือ ระยะที่หนึ่งช่วงกรุงเทพฯ – โคราช ที่ต้องสร้างให้เสร็จในปี 2564 เพราะไม่มีปัญหาในการทำประชาวิจารณ์ เวนคืนที่ดิน เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่า ส่วนระยะที่สองช่วงโคราช – หนองคาย ที่จะต้องทำต่อไป ซึ่งรัฐบาลสร้างทั้งเส้น ไม่ได้แค่สั้น ๆ ใครที่ไปวิพากษ์วิจารณ์กรุณาไปคิดใหม่ ตนไม่เคยคิดสั้นแบบนั้น แต่มันต้องลงทุน ซึ่งต้องไปดูเรื่องงบประมาณ
"โครงการรถไฟไทย-จีน ถือเป็นโครงการที่รัฐบาลจำเป็นต้องทำในเรื่องความเชื่อมโยงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประเด็นคือเราจำเป็นต้องพัฒนา การขนส่งทางราง ซึ่งเดิมมีรถไฟธรรมดาอย่างเดียวเราต้องไปดูว่าจะเชื่อมโยงได้หรือไม่ เส้นทางไหนที่มีความจำเป็นจะต้องใช้รถไฟความเร็วสูง จากนั้นนำมาพิจารณาว่าเราจะต้องใช้วิธีไหน จะประมูลหรือว่าจะร่วมมือ มันก็ย้อนกลับไปที่รัฐบาลที่ผ่านมามีการลงนามความร่วมมือกันไว้
ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ ยังเน้นย้ำว่า โครงการรถไฟไทย-จีน ถือว่าเป็นเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายแรกของไทยกรุงเทพฯ – หนองคาย ซึ่งตกลงกันว่าเป็นความร่วมมือไทย-จีนที่มีมานานแล้ว และต้องหาทางทำกันให้ได้ ซึ่งตนได้พูดคุยกับทางนายกฯจีน และทางจีนได้ขอให้มีบริษัทจากจีนมาบริหารในประเทศไทย แต่เราระบุว่าขอทำเองดีกว่า เพราะกลัวการผูกขาด โดยเราจะเอาเทคโนโลยีของจีนมาร่วมก่อสร้าง และใช้ส่วนประกอบของประเทศไทยให้มากที่สุด รวมถึงการส่งคนไทยไปเรียนรู้เทคนิคต่างๆจากจีน หรือให้มีการเข้ามาสอนเพื่อจะควบคุมเองในอนาคต
ทางด้าน นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการความร่วมมือด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ – หนองคาย จะเริ่มต้นการก่อสร้างระยะแรก ในช่วงกรุงเทพฯ - โคราช วงเงิน 179,413 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 4 ปี โดยรัฐบาลรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100%
โดยการดำเนินการด้านก่อสร้างจะแบ่งเป็น 3 ช่วง ซึ่งครั้งนี้จะดำเนินการช่วงแรกระยะที่ 1 กรุงเทพ- โคราช, ระยะที่ 2 คือ โคราช-หนองคาย และระยะที่ 3 ช่วงแก่งคอย-มาบตาพุด รวมทั้งสิ้น 250 กิโลเมตร และมีพื้นที่ที่ต้องเวนคืน 10-15% หรือ 2,815 ไร่ ประกอบด้วย ช่วงบางซื่อ ดอนเมือง อยุธยา สระบุรี ปากช่อง นครราชสีมา เพื่อให้สามารถเดินรถได้ความเร็วที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ทั้งนี้ ในช่วงแรกจะเดินรถรวม 6 ขบวน สามารถบรรทุกได้ 600 คนต่อขบวน ขับเคลื่อนเส้นทางกรุงเทพ-โคราช โดยใช้ระยะเวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 17 นาที คาดว่าในปีแรกที่เปิดดำเนินการ หรือ ในปี 2564 จะมีผู้ใช้บริการทั้งสิ้น 5,300 คนต่อวัน หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของปัจจุบันที่มีผู้โดยสารเส้นทางดังกล่าว 20,000 คน และคาดว่าในอีก 30 ปีข้างหน้า หรือปี 2594 จะมีผู้ใช้บริการ 26,800 คน และมีขบวนรถทั้งสิ้น 26 ขบวน ปล่อยขบวนทุก 35 นาที
ส่วนอัตราค่าโดยสาร จะคิดเริ่มต้นที่ 80 บาท บวกเพิ่ม 1.8 บาทต่อกิโลเมตร เช่น กรุงเทพ-อยุธยา ค่าโดยสารอยู่ที่ 278 บาท กรุงเทพ-ปากช่อง ค่าโดยสารอยู่ที่ 393 บาท กรุงเทพ-โคราช ค่าโดยสารอยู่ที่ 535 บาท ซึ่งเทียบเคียงกับค่าโดยสารในปัจจุบัน
