- 13 ก.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
จากกรณีที่พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.วันพิชิต วัฒนศักดิ์มณฑา พ.ต.ท.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ พ.ต.ท.ชัยฎิภูมิอำนวยชัย รอง ผกก.5 บก.ป. นำกำลังหาข้อมูลบริเวณรอบบ้าน นายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 อยู่บ้านเลขที่ 14/3 หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ที่เกิดเหตุสังหารโหด8ศพเพื่อสอบถามชาวบ้านในละแวกดังกล่าว เพื่อใช้เป็นแนวทางสืบสวนคลี่คลายคดีนั้น
ทั้งนี้ต่อมาเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลางพร้อมอุปกรณ์ได้เข้ามาตรวจหลักฐานที่บ้านผู้ใหญ่วรยุทธ อย่างละเอียดอีกครั้งหลังจากได้ตรวจสอบไปแล้ว โดยพบว่าที่บริเวณหมอนมีรอยกระสุนปืนและเศษกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง คาดว่าคนร้ายใช้รองปากกระบอกปืนขณะลั่นไกยิงเหยื่อเพื่อป้องกันเสียงเล็ดลอด
สำหรับปมขัดแย้งที่อาจเป็นชนวนสั่งตายนั้นทาง เจ้าหน้าที่มุ่งประเด็นหลักในเรื่องของโรงโม่หินเนื่องจากก่อนหน้านี้ ผู้ใหญ่บ้านที่เสียชีวิตรับเงินมาจากกลุ่มนายทุนโรงโม่หินที่มีนักการเมืองท้องถิ่นและผู้มีอิทธิพลหนุนหลังอยู่ โดยมีการตกลงกันว่าจะช่วยดำเนินการเรื่องการขอสัมปทานโรงโม่หินรวมทั้งเกลี้ยกล่อมชาวบ้านยินยอมให้มีโรงโม่ เพื่อให้เปิดโรงโม่ได้ แต่ท้ายที่สุดแล้วโรงโม่หินก็ไม่สามารถเปิดได้ซึ่งนำมาเป็นความขัดแย้ง โดยเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า อาจมีการทวงเงินที่กลุ่มนายทุนมอบให้คืน
อย่างไรก็ตามกลุ่มนายทุนโรงโม่หินนั้นพบว่ามีการร่วมลงทุนหลายกลุ่มทั้งนายทุนจาก จังหวัดกระบี่เอง ตลอดไปถึงสุราษฎร์ธานี และชุมพร รวมทั้งที่นครศรีธรรมราชด้วย ซึ่งแต่ละกลุ่มมีนักการเมืองท้องถิ่นให้การสนับสนุน “ ชุดสืบสวนคดี ยังให้น้ำหนักปมขัดแย้งเรื่องโรงโม่หินเป็นประเด็นหลัก เพราะพบว่านายวรยุทธ ผู้ตายได้รับเงินจากกลุ่มนายทุนประมาณ 50 ล้านบาท มาดำเนินการเพื่อให้สามารถเปิดโรงโม่หินพื้นที่หมู่ 2 ต.บ้านกลาง ได้ แต่โครงการต้องล้มเลิกไป เนื่องจากเมื่อวันที่ 4 เม.ย.2559ทางกรมศิลปากรประกาศในราชกิจจานุเบกษา พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน นอกจากนี้ยังทราบว่านายวรยุทธ รู้ตัวว่าถูกจ้องเอาชีวิต ได้บอกคนใกล้ชิดว่ามีเรื่องที่อาจทำให้ตายหลายเรื่องเป็นเหตุให้ต้องพกปืนติดตัวตลอดเวลา”
