เจาะลึก!! 2 ตัวละคร มีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องในแนวทางสืบสวนคดี 8 ศพ! เขาคือใคร? และงานนี้จะทำให้คดีมีความคืบหน้าหรือไม่?

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

ความคืบหน้าในคดีสังหารโหดฆ่ายกครัว ครอบครัวของ นายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตำบลบ้านกลาง อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ล่าสุด ชุดคลี่คลายคดียังดำเนินการสอบสวนในทุกประเด็น และยังไม่ตัดประเด็นหนึ่ง ประเด็นใดทิ้ง โดยเฉพาะประเด็น “ความขัดแย้งโรงโม่หิน” ที่เป็นหนึ่งในประเด็นที่ทีมชุดคลี่คลายคดี ก็ให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน

โดยตอนนี้ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป ทำหนังสือถึงธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อขอตรวจสอบนิติกรรมและการใช้เงินรวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ ประกอบด้วย สัญญาเงินกู้ เอกสารการจดจำนอง รายการเดินบัญชีตั้งแต่เปิดบัญชีเงินกู้จนถึงปัจจุบันของผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีจำนวน 2 คน คือ นายเชษฐ์ดนัย ถิ่นพังงา และนายนรินทร์ เก่งธนทรัพย์ เนื่องจากทั้งคู่มีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องกับแนวทางการสืบสวน เพื่อให้การสืบสวนคดีมีความคืบหน้ามากขึ้น

สำหรับ นายเชษฐ์ดนัย และนายนรินทร์นั้น เป็นกรรมการบริหาร บริษัท โรงโม่หินที่มีความขัดแย้งกับนายวรยุทธ โดยโรงโม่แห่งนี้เคยให้นายวรยุทธเป็นผู้ติดต่อประสานงานกับชาวบ้านเพื่อเปิดทางให้มีการดำเนินกิจการโรงโม่ในพื้นที่โดยไม่มีการต่อต้านจากชาวบ้าน แต่ผู้ตายไม่สามารถดำเนินการได้ แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินค่าดำเนินการไปแล้วซึ่งประเด็นนี้เป็นชนวนสำคัญที่อาจจะเป็นปมหนึ่งที่นำมาสู่การฆ่ายกครัวครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 12 ก.ค. นายเชษฐ์ดนัย ได้เข้าให้การต่อตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ เพื่อชี้แจงถึงกรณีนายวรยุทธ โดยระบุว่าตนเองบริสุทธิ์และเป็นเพื่อนสนิทกับนายวรยุทธตั้งแต่เด็กๆ โดยบริษัทตั้งขึ้นมาช่วงต้นปีเพื่อเตรียมรองรับการทำธุรกิจเกี่ยวกับแร่ แต่ยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นเท่านั้น ยังไม่ได้เริ่มสำรวจสายแร่ และผู้ตายก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังขอให้ตำรวจตัดประเด็นบริษัทตนเองออกไป และมุ่งไปที่ประเด็นอื่น เช่น ความขัดแย้งเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่น หรือประเด็นที่ผู้ใหญ่ฟ้องขับไล่ที่ดินชาวบ้านที่บุกรุกที่ดินรัฐมากกว่า

ในขณะที่ นาย นรินทร์ หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2555 เป็นเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงโม่ตรังภูทอง ซึ่งได้รับประทานบัตรให้ดำเนินกิจการเหมืองหิน ตามประทานบัตรเลขที่ 24001/16007 ในพื้นที่เขามโนราห์ หมู่ 2 ตำบลบ้านกลาง อำเภออ่าวลึก บนเนื้อที่ 62 ไร่ ระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่ 25 ต.ค.2555 – 24 ต.ค. 2565 ปรากฏว่า หลังจากได้รับประทานบัตรห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงโม่ตรังภูทอง ได้เข้าดำเนินการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แต่ได้ถูกชาวบ้านในพื้นที่คัดค้าน กระทั่งกรมศิลปากร ได้ประกาศขึ้นทะเบียนเขาโนราห์เป็นแหล่งโบราณคดีจนนำไปสู่การระงับโครงการจนถึงปัจจุบัน  ทั้งนี้ มีรายงานว่า ช่วงระหว่างที่กำลังดำเนินการจัดทำรายงานสิ่งแวดล้อม(EIA) ได้มีการจัดตั้งบริษัท อ่าวลึกศิลาทอง จำกัด เข้ามาเป็นผู้รับช่วงจากหุ้นส่วนจำกัดโรงโม่ตรังภูทอง เมื่อปี 2558 ได้มีการยื่นขอสัมปทานอีกครั้ง และมอบให้ นายวรยุทธ เป็นผู้ดำเนินการติดต่อกับหน่วยงานราชการต่างๆเสมือนเป็นตัวแทนบริษัท จึงเป็นที่มาการสอบสวนเชื่อมโยงประเด็นที่นายวรยุทธ รับเงินจากนายทุนมาแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านเห็นด้วยกับการทำเหมืองหิน