- 16 ก.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาฯ ส่งประเด็นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า มาตรา 5 ของพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 และบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 เกี่ยวกับการยึดสำนวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นหลักในการพิจารณาคดีจำนำข้าว นั้น จะขัดต่อมาตรา 235 ของรัฐธรรมนูญ ปี 2560 หรือไม่ ?
โดยคำร้องของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ให้เหตุผลว่า เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ระบุต้อนท้ายว่า การพิจารณาของศาลฎีกาฯ ให้นำสำนวนการไต่สวนของป.ป.ช.เป็นหลักในการพิจารณา และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ให้ศาลมีอำนาจไต่สวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้แต่ในมาตรา 5 ของพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ระบุว่า การพิจารณาคดีให้ศาลยึดรายงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นหลักในการพิจาณา และอาจไต่สวนหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้องค์คณะฯได้รับคำร้องของจำเลยไว้พิจารณาเพื่อมีคำสั่งอีกครั้งในวันที่ 21 ก.ค. ว่าจะให้ ส่ง หรือ ไม่ส่ง ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ ต่อไป
ล่าสุดนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์แสดงความเห็นเกี่ยวเนื่องกับการเคลื่อนไหวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในช่วงรอยต่อก่อนวันพิพากษาคดีจำนำข้าวว่า"ยิ่งใกล้วันปิดคดีนัดสุดท้าย ในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ในคดีรับจำนำข้าว ยิ่งเห็นความเคลื่อนไหวที่เข้มข้นของพรรคเพื่อไทย ซึ่งพอสรุปให้เห็นแนวทางการเคลื่อนไหวได้ดังนี้
1. ให้นางสาวยิ่งลักษณ์เดินสายพบปะมวลชน ตลอดจนทำกิจกรรมกับแฟนๆ เพื่อไม่ให้คนลืม และอยู่ในความสนใจ
2.การเชิญชวนมวลชนมาให้กำลังใจ ในระหว่างขึ้นศาล และมีแนวโน้มระดมมวลชนมากขึ้น โดยอ้างว่าให้กำลังใจ เจตนาคงเป็นที่เข้าใจของนักการเมือง ซึ่งไม่ต่างไปจากการใช้มวลชนสมัยคดีซุกหุ้น
3. ใช้ช่องทางทางกฏหมายในการยื้อคดีอย่างเต็มที่
4.ให้ข้อมูลเพื่อให้เกิดความสับสน โดยเฉพาะคุณภาพข้าวในโกดัง ทั้งๆที่ความเป็นจริงภาพข้าวเสื่อม ข้าวเน่านั้น ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อตั้งแต่สมัยท่านปนัดดาและคณะ ตรวจสอบโกดังข้าวแล้ว
ประเด็นเรื่องการเรียกร้องให้ตรวจโกดัง ทางทนายนางสาวยิ่งลักษณ์ เคยร้องขอศาลฎีกาเผชิญสืบ ก็คือการไปตรวจโกดังนั่นเอง แต่ศาลท่านยกคำร้องไปแล้ว ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยไม่ละความพยายาม ล่าสุดออกมาเรียกร้องให้ใช้ม.44 ในการตรวจโกดังข้าว
สิ่งที่น่าแปลกใจนั่นคือ ในช่วงที่ท่านปนัดดาและคณะตรวจสอบ ทำไมพรรคเพื่อไทยเงียบ แต่มาเรียกร้องช่วงจะปิดคดีนางสาวยิ่งลักษณ์ แค่นี้ก็เห็นเจตนาแล้วว่า มีเจตนาจะยื้อคดีจำนำข้าว ถ้ารัฐบาลหลงกลไปตรวจอีกสักหนึ่งแห่ง ทั้งๆที่เคยตรวจไปแล้ว พรรคเพื่อไทยก็จะร้องให้ตรวจทุกโกดังที่เหลือทั้งประเทศ ที่สำคัญจะขอเจาะข้าวทุกกระสอบ อย่างนี้10ปีก็ยังตรวจไม่เสร็จ แค่นี้ก็เห็นเจตนาแล้ว ผมคิดว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ควรจะหยุดได้แล้ว ในเมื่อศาลท่านก็ให้โอกาสนำพยานมาเบิกความเพื่อชี้แจง การต่อสู้ทุกอย่างควรอยู่ที่ศาล และขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ศาลท่านตัดสินจะดีกว่า........ทุกคนหยุดแล้ว แต่ท่านต่างหากที่ยังไม่หยุด
