- 22 ก.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
หนึ่งประเด็นร้อนทางการเมืองที่ดูเหมือนจะกลายเป็นหัวข้อวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงนี้ ก็คือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งพรรคเพื่อไทยออกมาเรียกร้อง ขอให้ทบทวนและแก้ไขเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติ ว่า สาระสำคัญของกฎหมายที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2560 มีหลักการบางประการที่แตกต่างไปจากร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเดิม และหลักการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องอายุความ การให้ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีลับหลังจำเลยและการตรากฎหมายย้อนหลังที่เป็นโทษกับบุคคล
จากสารพัดเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยนำมากล่าวอ้าง ได้นำมาซึ่งบทสรุปตอนท้ายในแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย ว่าพรรคเพื่อไทยจะได้นำเรื่องดังกล่าวเสนอไปยังองค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อพิจารณา พร้อม ๆ กับทำหนังสือไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้ส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยว่าร่างกฎหมายดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่??
ล่าสุด พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตรองผอ.ศูนย์ประสานงานข่าวกรองแห่งชาติ ได้โพสต์แสดงความเห็นในประเด็นดังกล่าว ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มีข้อความระบุว่า “ คนใหญ่ คนเล็ก ในพรรคเพื่อใคร(ใครๆก็รู้) ดาหน้ากันออกมาคัดค้าน ร่างกฎหมายการพิจารณาคดีอาญาของนักการเมืองที่ให้พิจารณาคดีลับหลังได้ โดยให้เหตุผลว่า
(1) ขัดหลักการเสมอภาค ทำให้เกิดความลักลั่นในการบังคับใช้ กฎหมายนี้ใช้บังคับเฉพาะนักการเมืองครับ ไม่เกี่ยวกับประชาชนเลย
(2) การพิจารณาลับหลังจำเลย แตกต่างไปกับคดีอาญาทั่วไป ขัดหลักยุติธรรมสากลกฎหมายนี้ ใช้เฉพาะนักการเมืองซึ่งเป็นกลุ่มทำงานที่มีอำนาจใช้เงินของชาติโดยตรง ไม่เกี่ยวกับพ่อค้า, ประชาชน,ชาวนาฯลฯ จึงเป็นกฎหมายเฉพาะ ที่มีใช้กันในประเทศทางยุโรป เพราะ การสู้คดีเป็นสิทธิของจำเลย เมื่อจำเลย ไม่สมัครใจใช้สิทธิของตัวเอง โดยหลบหนีไป จึงเท่ากับจำเลยสละสิทธิของตัวเอง แต่กฎหมายฉบับนี้ก็ยังให้จำเลยตั้งทนายสู้ได้ " เห็นได้ว่าจำเลยเอง กลับเป็นฝ่ายเอาเปรียบ ทั้งนักการเมืองด้วยกันเอง รวมไปถึงประชาชนชนด้วย เพราะหนีด้วย แต่ยังสู้คดีได้อีก บ้าไหมล่ะ!!
(3) กำหนดให้กฏหมายนี้ใช้บังคับย้อนหลังนั้น ขัดแย้งกับ ระบบยุติธรรมอย่างชัดเจน นี่ก็ไม่ขัดหลักอะไรทั้งสิ้น เมื่อหนีคดีไปเอง ก็จำเป็นต้องพิจารณาลับหลัง ไม่อยากให้พิจารณาคดีย้อนหลังก็แค่กลับมาสู่คดีเท่านั้น "อย่าลืมว่าการหนีคดีของจำเลย เท่ากับจำเลยสละสิทธิของตัวเอง แล้วก็การหนีคดีก็ไม่ใช้สิทธิที่ถูกต้องของจำเลยอีกด้วย
อย่าบ่นกันเลยครับ กฎหมายนี้ไม่มีอะไรขัดต่อหลักสิทธิมนุษยธรรมเลย นอกจากขัดกับสิทธิของผู้ที่หลบหนีคดีเท่านั้น คิดดีๆแล้วอย่างอแง คนที่จะซวยเพราะกฎหมายนี้ คือ ครม.ของพล.อ.ประยุทธ์ พวกเค้ายังไม่เห็นบ่นเลยซักคำ
นอกจากนั้น นักการเมืองดีๆเค้าก็เฉยๆครับ
