งานนี้กระฉ่อน!!! เมื่อ "ก๊วนฝ่ายปกครอง" เขม่น "ตำรวจ" ปมจับผู้ใหญ่บ้าน ซัดกันไป ซัดกันมา ไม่รู้จะเคลียร์กันได้หรือไม่ ???

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

เกิดเรื่องเขม่นกันขึ้นอีกแล้วระหว่าง "เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง" กับ "เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง"

โดยงานนี้เริ่มจากเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงไปจับกุมผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดกระบี่ซึ่งเป็นลูกน้องของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองคนหนึ่ง หลังจากผู้ใหญ่บ้านรายดังกล่าวขับรถผ่านจุดตรวจของตำรวจทางหลวงในพื้นที่ ตำบลนาเหนือ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ด้วยท่าทางที่มีพิรุธ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจึงขอตรวจค้นและพบอาวุธปืน 1 กระบอก จึงแจ้งข้อกล่าวหาพกอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต

แต่ในระหว่างจับกุมผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวเกิดมีปากเสียงและยืนกรานจะให้ปล่อยตัว พร้อมทั้งยังต่อสายให้คุยกับบุคคลที่อ้างว่าเป็นปลัดอำเภอคนหนึ่ง ในขณะที่การควบคุมตัวมาที่โรงพัก เมื่อไปถึงก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์นับ 10 คนอ้างว่าเป็นพวกของผู้ใหญ่บ้านบุกตามไปที่โรงพัก และมีการถ่ายภาพรถตำรวจที่นำตัวผู้ใหญ่มาด้วย ขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้ทำการถ่ายภาพเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐานเช่นกัน

ต่อมาผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวได้อ้างภายหลังว่า ที่ถูกจับกุมพร้อมอาวุธเพราะกำลังออกตามหาวัวให้ลูกบ้าน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบการแจ้งความร้องทุกข์กับ สภ.อ่าวลึก ซึ่งเป็นสภ.ท้องที่ของผู้ใหญ่บ้านรายนั้น ก็ไม่พบว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว มีการแจ้งความร้องทุกข์เกี่ยวกับวัวหายแต่อย่างใด

ขณะที่ต่อมาเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน กลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้านในนาม สมาคมกานันผู้ใหญ่บ้าน จ.กระบี่ ยังได้ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ นายนอบ คงพูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เพื่อขอความเป็นธรรม โดยอ้างว่าถูกตำรวจทางหลวงกระบี่กลั่นแกล้ง จับอาวุธปืนขณะปฏิบัติหน้าที่

หลังจากนั้นยังมีการพูดจาเชิงข่มขู่กันเรื่อยมาว่า ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จะมีการเอาคืนกับฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจบ้าง

จนกระทั่งกลางดึกของวันที่ 21 ก.ค. เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและอาสารักษาดินแดน (อ.ส.) จ.พัทลุง จับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจยศสิบตำรวจตรี (ส.ต.ต.) สังกัด สภ.ยะหา จ.ยะลา พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ขณะขับรถผ่านด่านตรวจสามแยกท่ามิหรำ อ.เมือง จ.พัทลุง เพื่อเดินทางกลับไปยัง สภ.ยะหา โดย ส.ต.ต.ที่ถูกจับกุม ชี้แจงว่า หลังออกเวรที่ สภ.ยะหา จึงเดินทางกลับบ้านที่ จ.ตรัง ก่อนจะกลับไปทำงานอีกครั้ง ซึ่งที่ต้องพกอาวุธปืน เพราะพื้นที่ตั้งแต่ อ.จะนะ จ.สงขลา จนถึง อ.ยะหา จ.ยะลา เป็นพื้นที่อันตรายและมีการยิงเจ้าหน้าที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง จึงจำเป็นที่ต้องมีอาวุธประจำกายไว้ป้องกันตัวในการเดินทาง

เรื่องนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวนมากรู้สึกไม่พอใจที่ฝ่ายปกครองซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เหมือนกันแต่กลับไม่ยอมเข้าใจความจำเป็น เพราะต้องอยู่ในพื้นที่อันตราย จำเป็นต้องพกอาวุธเพื่อป้องกันตัว

นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่า ขณะทำการจับกุม มีผู้ได้ยินเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรายหนึ่งพูดออกมาว่า “ถึงไม่ใช่ทางหลวงก็จับไปก่อน” จึงคาดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นปัญหาต่อเนื่องที่เป็นเรื่องบาดหมางกันมาระหว่าง "เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง" และ "ตำรวจทางหลวง" ซึ่งเกิดจากความไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจับกุมผู้ใหญ่บ้านในกระบี่

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ภายหลังข่าวจับกุม ส.ต.ต.ประจำสภ.ยะหา เรื่องดังกล่าวถูกนำไปส่งต่อๆ กันในกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจในภาคใต้ และยิ่งทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจการกระทำของฝ่ายปกครองขยายวงมากขึ้น กระทั่งมีส่งข่าวผ่านวิทยุสื่อสารให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านสกัด และจุดตรวจต่างๆ จับกุมรถของฝ่ายปกครองที่เดินทางออกนอกเขตทั้งหมด เพื่อเป็นการตอบโต้เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความขัดแย้งที่กำลังทำท่าจะลุกลามดังกล่าวนี้ บรรดานายตำรวจและข้าราชการฝ่ายปกครองชั้นผู้ใหญ่ในพื้นที่ กำลังอยู่ระหว่างการหารือเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง และแก้ไขปัญหาไม่ให้บานปลายออกไปอย่างเร่งด่วนแล้ว