สังคมไทย "สังคมอุดมดราม่า" เสพติดโซเชียลจนเป็นกิจวัตรประจำวัน รอนับวันกลายเป็นคนป่วย

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

มีผลวิจัยที่ออกมามากมาย ว่าทำไมสังคมไทยทุกวันนี้ ถึงเสพติดการใช้โซเชียลจนกลายเป็นชีวิตประจำวัน และนำมาซึ่งหลายๆครั้ง เราดราม่ากันในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง

โดยการสำรวจจากหลายสถาบันที่เน้นคำถามไปที่ เหตุผลที่เราใช้งานเฟซบุ๊กเป็นประจำ คำตอบที่ได้ก็คือ

คนไทยส่วนใหญ่ที่ใช้เฟซบุ๊ก เพราะชอบเข้ามาอ่านโพสต์ในเชิงลบที่เพื่อนๆ ได้โพสต์ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่มีประเด็นดราม่าอยู่ หรือเป็นประเด็นที่กำลังเป็นกระแสอยู่ ซึ่งคนส่วนใหญ่บอกว่ามีความสุขกับการได้เห็นโพสต์และได้ตัดสินวิพากษ์วิจารณ์บุคคลนั้นๆ

ขณะที่เอ็นไวโรเซล (ประเทศไทย) ที่ปรึกษาด้านพฤติกรรมและจิตวิทยาผู้บริโภค ภายใต้เครือ อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ เคยออกมาเปิดเผยผลวิจัยว่า คนที่บริโภคสื่อโซเชียลมีเดียในยุคปัจจุบัน มักตัดสินด้วยอารมณ์เหนือเหตุผล โดยใช้ตัวตนเป็นที่ตั้ง และนอกจากนี้งานวิจัยยังพบว่า ผู้บริโภคที่ติดโซเชียลมีเดีย จะมีความสุขน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้เล่นถึง 39% และงานวิจัยยังพบว่าในหมู่วัยรุ่น 1 ใน 2 คน ยังยอมรับว่าตนเองมีปัญหา mental illness หรือ อาการป่วยทางจิต โดย 95% ตอบว่าเป็นเพราะความเครียด โดยความเครียดเรื่องภาพลักษณ์ มาเป็นอันดับหนึ่ง ในขณะที่ความเครียดเรื่องความสามารถ และ สติปัญญาที่ด้อยกว่า กลับตามมาห่างๆ เป็นอันดับ 2 และ 3

ทุกวันนี้คนเราใช้โซเชียลมีเดียตลอดทั้งวัน เหมือนดูละครชีวิตของคนอื่นตลอด จึงเป็นที่มาของการ เสพติดดราม่า และโดยเฉพาะโซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้มนุษย์ได้พูด ได้แสดงออกอย่างเสรี เพราะฉะนั้น ผู้บริโภคไม่ได้เสพข้อมูลหรือคอนเท็นต์เพียงด้านเดียวอีกต่อไปแม้จะเป็นข่าวก็ตาม แต่จะเสพคอนเท็นต์ที่มี ดราม่าผสม หรือ emotional content

ทั้งหมดคือสภาพของสังคมไทยในปัจจุบันกับการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งทุกวันนี้ เราคงต้องมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราใช้มันอย่างเหมาะสม หรือว่ามากเกินไป จนวันๆไม่ต้องทำอะไรอย่างอื่นแล้วหรือไม่ ?