- 24 ก.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พร้อมด้วย พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ท. ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ท.เขต 6 ได้ลงพื้นที่ จ.สุโขทัย เพื่อเร่งรัดติดตามการตรวจสอบคดีทุจริตการเก็บรักษาข้าวในคลังสินค้า
โดย พ.ต.อ.กษิดิศ เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผอ.ป.ป.ท.เขต 6 เปิดเผยว่า ป.ป.ท. เขต 6 ได้นำลงพื้นที่ตรวจสอบคลังชินธนทรัพย์ หลังที่ 1 อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ซึ่งเข้าร่วมโครงการ ปี2555/56 กับองค์การคลังสินค้า (อคส) กระทรวงพาณิชย์เก็บข้าวขาว5% แต่ในคลังพบข้าวบางส่วนเป็นปี 2552, 2553, ข้าวนาปรังปี 2555 และเป็นข้าวที่มาจาก จ.พิษณุโลก ไม่ใช่ข้าวของ จ.สุโขทัย นอกจากนี้ข้าวยังมีสภาพเก่า เป็นปลายข้าว ไม่ใช่ข้าวขาว 5% ตามโครงการ ซึ่งสามารถตรวจสอบทราบได้ด้วยตาเปล่าทันทีว่า เป็นข้าวปีใด ชนิดใด และมาจากจังหวัดใด เพราะจะระบุไว้บนกระสอบทุกใบ และยังมีสีเชือกที่ระบุว่าโครงการใด ซึ่งมีสีแตกต่างกัน จึงคาดว่าน่าจะเป็นกรณีเวียนเทียนข้าวเก่า ที่ได้มีการระบายในปีก่อนหน้าในราคาต่ำจากจังหวัดอื่นที่ไม่ใช่จังหวัดสุโขทัย แล้วนำมาเข้าโครงการ 55/56 ในราคาข้าวใหม่ หรือนำข้าวเก่ามาสวม
ด้าน นายประยงค์ กล่าวว่า คดีทุจริตการเก็บรักษาข้าวในคลังสินค้ามีทั่วประเทศ 990 คดี แต่อยู่ในพื้นที่ เขต 6 รวม 8 จังหวัดจำนวน 506 คดี ซึ่งมีปริมาณเยอะมาก มีมูลค่าความเสียหายทั้งหมด 9 หมื่นกว่าล้านบาท จากแสนกว่าล้านบาท โดยพบทุจริตมากสุด คือ จ.นครสวรรค์ จ.สุโขทัยและ จ.กำแพงเพชร ซึ่งพฤติการณ์น่าเป็นห่วงและมีปัญหาเชิงระบบ หากเกิดปล่อยไว้จะเกิดความเสียหายในอนาคต จึงควรมาต้องทำการศึกษาอย่างถ่องแท้เพราะว่าถ้าปล่อยไว้มันเป็นปัญหาในระยะยาว
นายประยงค์ กล่าวว่า สำหรับคลังชินธนทรัพย์แห่งนี้ มีพฤติการณ์ที่จะทำให้เกิดความเสียหายในเชิงระบบในระยะยาว โดยโครงการนี้เป็นการเช่าโกดังเพื่อเก็บรักษาข้าวในปี 2555/2556 เป็นโครงการจำนำข้าวนาปี และเป็นข้าวขาว 5% จำนวนกว่า 290,000 กระสอบ ซึ่งตอนนี้มีการระบายออกไปเยอะแล้ว เหลือเพียง 4-50,000 กระสอบ จากข้อเท็จริงของการไต่สวนและสังเกตการณ์ มีเหตุบ่งบอกหลายอย่างที่ไม่เป็นไปตามสัญญา คือ มีกระสอบข้าวที่พ่นสีไว้ข้างกระสอบว่าเป็นข้าวนาปรัง ปี 51/52 และมีปลายข้าวผสมอยู่ปี 51/52 และปี 53 ซึ่งลักษณะการกระทำอย่างนี้บ่งบอกว่าเจ้าหน้าที่คนใดคนหนึ่งไม่สามารถกระทำได้ เพราะมีทั้งคนส่ง คนรับ และคนเฝ้าคลัง ซึ่งการกระทำเช่นนี้ถ้าไม่หาทางป้องกันต่อไปก็จะเกิดอีก จึงต้องมาตรวจสอบในวันนี้
“พอมาเห็นสภาพแล้ว น่าจะบ่งบอกได้ว่าเป็นการร่วมมือกันตั้งแต่ต้นทุกฝ่าย มีการวางแผนการตั้งแต่ต้นหรือไม่ เพราะดูแล้วรัฐมีขั้นตอนการดำเนินการ คือ ตั้งแต่รับจำนำ แปรสภาพ ขนส่ง จำหน่าย ซึ่งลักษณะอย่างนี้ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ปกติไม่กล้าทำหรอก เพราะถ้าทำสักวันหนึ่งหากมีการจำหน่ายเรื่องก็จะถูกเปิดเผย แต่ปัญหาคือทำไมกล้าทำ ถ้าไม่มีการตรวจสอบพบก่อน เมื่อมีการจ่ายข้าวออกไป ก็จะไม่มีร่องรอย ดังนั้น จึงได้มาดูข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การป้องกันไม่ให้เกิดต่อไปในภายภาคหน้า” นายประยงค์ กล่าว
