- 27 ก.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
จากกรณีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมาโดยมีสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวราราม และกรรมการ มส. ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมแทนสมเด็จพระสังฆราช เนื่องจากมีพระอาการประชวร โดยที่ประชุม สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรรมการ มส. ในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เสนอวาระเร่งด่วน แจ้งรายงานของพระเทพรัตนมุนี เจ้าคณะภาค 12 พระธรรมปริยัติมุนี วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12 เป็นเหตุให้ตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดว่างลง เจ้าคณะภาค 12 จึงเสนอขอแต่งตั้งพระราชปริยัตสุนทร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม และเจ้าคณะอำเภอเมือง จ.ฉะเชิงเทรา ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดแทน โดยที่ประชุม มส. มีมติเห็นชอบตามที่มีการเสนอ
ทั้งนี้มีรายงานว่า พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมเสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)ในฐานะเลขาธิการ มส. ได้มีหนังสือกราบทูลสมเด็จพระสังฆราช เพื่อให้ทรงวินิจฉัยและขอโปรดมีพระบัญชา เนื่องจากพระธรรมมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12 ได้มีลิขิตถึงพศ.ขอให้พิจารณาอธิกรณ์ พระราชปริยัตสุนทร เนื่องจากมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหลายประการ จึงได้รายงานความประพฤติและข้อมูลการสอบสวนอธิกรณ์ของพระปริยัตสุนทร และพระอีก 6 รูป เพื่อนำทูลต่อสมเด็จพระสังฆราช และนำเสนอคณะกรรมการ มส. เพื่อพิจารณาดำเนินการนั้น
ขณะที่นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) ซึ่งได้ติดตามเกาะติดเรื่องนี้มาโดยตลอด ได้รายงานถึงความไม่ชอบมาพากลและความผิดปกติในเรื่องดังกล่าว อันส่งผลกระทบต่อสมเด็จพระสังฆราชและโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระพุทธศาสนาได้โพสต์ข้อความถึงความคืบหน้าและการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนดังนี้
“ถ้ายังไม่จัดการกรรมการที่ตั้งกันเองให้ออกไปแล้วตั้งใหม่ให้ถูกต้อง สมเด็จพระสังฆราชก็ยากจะทรงงานได้ ถึงจะมีพระบัญชา พวกนั้นก็ไม่ปฏิบัติดังที่ทำกับสมเด็จพระญานสังวรณ์มาแล้ว
ทุกปัญหาอยู่ตรงนี้
ช้าเร็วก็ต้องแก้
อยู่กับว่าจะให้ฉิบหายขนาดไหนเสียก่อน”
ต่อมานายไพศาล ได้รายงานเพิ่มเติมในการที่สมเด็จพระสังฆราชต้องวินิจฉัยการตั้งเจ้าอาวาสวัดโสธร ซึ่งมีเงื่อนปมในการอาจจะส่งผลกระทบต่อพระองค์แบบที่ได้เคยเกิดขึ้นกับสมเด็จพระญาณสังวรณ์และที่สำคัญนี่คือแผนที่เคยทำกับสมเด็จพระญาณสังวรณ์อีกทั้งคนวางแผนและจ้องยึดอำนาจก็เป็นพวกเดิม ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดระบุว่า
“ด่วน
ต้องรีบกราบทูลสมเด็จพระสังฆราชอย่าเพิ่งมีพระวินิจฉัยเรื่องการตั้งเจ้าอาวาสวัดโสธร
มันมีเงื่อนปมจ้องทำร้ายพระองค์ท่าน แบบที่เคยทำกับสมเด็จพระญาณสังวรณ์จนพระองค์ไม่เข้าประชุมตลอดพระชนม์ชีพมาแล้วจากนั้นพวกนี้ก็ฉวยโอกาสยึดอำนาจพระองค์ท่านไปละเลงกันจนเละเทะจนถึงวันนี้
ทำไมจึงว่ามีปมเงื่อนก็เพราะว่าเมื่อมีพระวินิจฉัยและมีพระบัญชาแล้วก็จะส่งให้มหาเถรสมาคมพิจารณาสนองพระบัญชา
ถึงตอนนี้พวกนี้ก็ใช้เสียงข้างมากไม่เอาตามพระบัญชาก็จะทำให้พระองค์ทรงงานต่อไปไม่ได้
แผนนี้คือแผนเดียวกับที่ทำกับสมเด็จพระญานสังวรณ์
คนวางแผน และพวกจ้องยึดอำนาจก็พวกเดิมครับ”
“การจัดการให้กรรมการมหาเถรสมาคมที่มิใช่เป็นโดยตำแหน่งออกจากตำแหน่งนอกจากเจรจาให้ลาออกเองซึ่งคงยากเย็นแสนเข็ญแล้ว
ยังมีวิธีอีก4วิธี
1รัฐมนตรีที่รับผิดชอบกราบทูลเสนอให้สมเด็จพระสังฆราชมีพระบัญชาให้ออกตามกฎหมายโดยรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบัญชา
2หัวหน้า คสช ใช้อำนาจตามมาตรา265+44สั่งให้ออก
3รอให้หมดเวรหมดกรรมครบวาระสองปีไปเองซึ่งต้องทนเดือดร้อนเสียหายกันต่อไป
4ประชาชนขับไล่ให้ออก
เมื่อออกแล้วสมเด็จพระสังฆราชจะทรงแต่งตั้งพระราชาคณะที่มีคุณสมบัติเป็นกรรมการแทน
ดังนี้การบริหารมหาเถรสมาคมจึงจะเดินหน้าไปได้”
