- 28 ก.ค. 2560
http://deeps.tnews.co.th
จากกรณีพ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ออกมาเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลได้เข้าพบพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ในข้อหากระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือ ไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือ ใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินตามมาตรา 116 โดยนำเอกสารหลักฐานมามอบให้พิจารณา
ทั้งนี้จากกรณีนายวัฒนา ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัว "Watana Muangsook" จากการที่ศาลฎีกาพิจารณาคดีโครงการทุจริตรับจำนำข้าวนัดสุดท้ายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 กรกฏาคมที่ผ่านมาในลักษณะยุยงให้เกิดความปั่นป่วนอีกทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.อีกด้วย ดังนั้นจึงเข้าแจ้งความดังกล่าว เบื้องต้นพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 อยู่ระหว่างการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลที่มาแจ้งความเพื่อรับเรื่องไว้ ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป
อย่างไรก็ตามพบว่าเนื้อหาที่ทำให้ตำรวจสันติบาลแจ้งความเอาผิดกับนายวัฒนา เป็นการโพสต์ข้อความกรณีคดีโครงการรับจำนำข้าวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ซึ่งศาลฏีกาได้ไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้ายจบไปแล้ว รวมทั้งได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ โดยเนื้อหาที่มีการระบุไว้มีทั้งหมดดังนี้
"ความถูกต้องต้องมีที่ยืน"
วันศุกร์ที่ผ่านมาผมกับน้องเฟเดินทางไปศาลฎีกาฯ เพื่อร่วมกับประชาชนที่มาให้กำลังใจนายกยิ่งลักษณ์ในการพิจารณาคดีนัดสุดท้าย ประชาชนจำนวนมากยังคงมาด้วยความศรัทธาทั้งที่ฝ่ายเผด็จการใช้ทุกวิธีที่จะสกัด
ฟังพยานอดีตหัวหน้าคลังสินค้าที่เบิกความว่า "หลังรัฐประหาร รัฐบาล คสช. สั่งให้ยกเลิกติดกล้องวงจรปิดบริเวณโกดังเก็บข้าว สั่งห้ามเปิดโกดังเพื่อรมยาจนเป็นเหตุให้ข้าวเสื่อมสภาพ ทั้งยังกำหนดมาตรฐานการตรวจสอบคุณภาพข้าวเองและขายข้าวดีในราคาข้าวเสื่อมคุณภาพทำให้ประเทศได้รับความเสียหาย" ผมเชื่อว่าประชาชนที่มีความเป็นกลางคงได้ข้อสรุปตามที่ผมยืนยันมาโดยตลอดว่า โครงการรับจำนำข้าวถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อยึดอำนาจและทำลายพรรคเพื่อไทย โดยมีนายกยิ่งลักษณ์เป็นผู้รับเคราะห์พร้อมกับชาวนา พฤติกรรมแห่งคดีตั้งแต่ชั้น ป.ป.ช. ที่เร่งรัดจนแซงทุกคดีที่เกิดก่อน จากนั้นออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ย้ายอัยการสูงสุด รวมถึงหัวหน้า คสช. สั่งการเองในที่ประชุมให้เร่งรัดดำเนินคดีโดยมีบันทึกรายงานการประชุม กบข. ครั้งที่ 3/2558 เป็นหลักฐานว่า "ไม่ต้องพิจารณาประเด็นยุติธรรม" คือหลักฐานที่พิสูจน์เจตนาทั้งหมด การต่อสู้คดีครั้งนี้จึงไม่ได้เดิมพันด้วยอิสรภาพของท่านเท่านั้น เพราะมันคือการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยและฝ่ายนิยมเผด็จการ
เสร็จการพิจารณาคดีผมบอกท่านว่า คดีนี้ผู้พิพากษาไม่ได้มีเพียง 9 คน เพราะยังมีประชาชนที่รักความเป็นธรรมอีกหลายสิบล้านคนทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษาเช่นกัน ประชาชนจะไม่ปล่อยให้ท่านเป็นผู้รับกรรมจากการรัฐประหารเพียงลำพังอย่างแน่นอน มีคนตั้งคำถามว่า "มาให้กำลังใจแล้วได้อะไร" ประชาชนฝากตอบว่า "ได้มาเห็นความกล้าหาญของอดีตนายกหญิงที่มาศาลยอมให้ตรวจสอบด้วยความศรัทธาว่าความถูกต้องต้องมีที่ยืน ในขณะที่ชายชาติทหารที่ทำกับเธอสารพัด แถมยังปากกล้าเรียกร้องให้คนอื่นมาต่อสู้คดีในศาลกลับนิรโทษกรรมตัวเองหนีการตรวจสอบ ประชาชนเลยฝากถามกลับว่าที่บ้านมีกระโปรงพอมั้ย ถ้าไม่พอจะทำทานบริจาคให้"
วัฒนา เมืองสุข
พรรคเพื่อไทย
23 กรกฎาคม 2560
