ยิ่งดิ้นยิ่งรัด!! บุญทรง เดินหน้ายื่นศาลปกครอง ขอทุเลาอายัดทรัพย์ อ้างไม่ทุเลาจะทำให้เดือดร้อนหนัก

ยิ่งดิ้นยิ่งรัด!! บุญทรง เดินหน้ายื่นศาลปกครอง ขอทุเลาอายัดทรัพย์ อ้างไม่ทุเลาจะทำให้เดือดร้อนหนัก

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มอบหมายให้ทนายความไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอทุเลาคำสั่งอายัดทรัพย์ใหม่อีกครั้ง หลังกรณีมีคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ที่ 453/2559 ลงวันที่ 19 กันยายน 2559 ให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐในโครงการรับจำนำข้าว หลังจากที่กรมบังคับคดีมีการอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม ทั้งที่ดินและบัญชีเงินฝากอีก 8 บัญชี ซึ่งรวมถึงทรัพย์สินของภรรยาด้วย ทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยาในภายหลัง โดยไม่ถือว่าเป็นการยื่นซ้ำ เนื่องจากศาลปกครองได้แจ้งไว้ว่า หากมีกรณีที่ถูกอายัดทรัพย์เพิ่มสามารถยื่นคำร้องขอทุเลาคำสั่งอายัดทรัพย์สินนั้นมาที่ศาลปกครองใหม่ได้

 

ยิ่งดิ้นยิ่งรัด!! บุญทรง เดินหน้ายื่นศาลปกครอง ขอทุเลาอายัดทรัพย์ อ้างไม่ทุเลาจะทำให้เดือดร้อนหนัก

 

โดยการยื่นคำขอทุเลาคำสั่งอายัดทรัพย์ของนายบุญทรงในรอบนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งยกคำขอทุเลาคำสั่งอายัดทรัพย์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลว่า ขณะนั้นกระทรวงการคลังและกรมบังคับคดียังไม่ได้มีการยึดอายัดทรัพย์สินจริง ต่อมานายบุญทรงได้มีการยื่นคำขอทุเลาคำสั่งอายัดทรัพย์ครั้ง 2 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อกรมบังคับคดีเริ่มมีการยึดอายัดทรัพย์ ซึ่งศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งเมื่อวันที่  24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ยกคำร้องขอเช่นเดิม โดยเป็นการยกคำขอใน 4 คำร้องของนายบุญทรงที่ถูกเรียกค่าเสียหาย 1,770 ล้านบาท นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่ างประเทศ  และนายอัฐฐิติพงศ์ ทีปวัชระ อดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ ที่ถูกเรียกค่าเสียหายรายละประมาณ 4 พันล้านบาท รวมความเสียหายทั้งหมดกว่า 2 หมื่นล้านบาท ด้วยเหตุผลในลักษณะเดียวกันว่า ยังไม่ปรากฎว่ามีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินเพื่อขายทอดตลาด จึงไม่มีเหตุทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยาในภายหลัง

ทั้งนี้ ในคำสั่งยกคำขอทุเลาของนายบุญทรงนั้น ได้ระบุเหตุผลในการยื่นคำขอทุเลาฯว่า ถูกอายัดบัญชีและทรัพย์สินตามที่เคยยื่นไว้ต่อ ป.ป.ช.และชี้แจงต่อศาลว่าไม่ได้ประกอบอาชีพและไม่มีรายได้อื่น ส่วนเงินสด เงินฝาก นาฬิกาข้อมือทั้งของตัวเองและภรรยาที่ยื่นทรัพย์สินต่อ ปปช.ก็ได้ถอนและนำทรัพย์เหล่านั้นออกจำหน่าย นำเงินมาใช้จ่ายจนหมดสิ้นแล้ว อีกทั้งมีภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเดือนละประมาณ 1 แสนบาทแต่จากการไต่สวนของศาลพบว่า กรมบังคับคดีใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยอายัดเฉพาะสิทธิเรียกร้องในบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย สาขารัฐสภา บัญชีเลขที่ 089-1-03761 ซึ่งก็มีเงินอยู่เล็กน้อยเพียง 2,744.46 บาทเท่านั้น ไม่ปรากฏว่า มีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินอย่างอื่นของนายบุญทรงเพื่อขายทอดตลาด อีกทั้งนายบุญทรงอาศัยอยู่กับมารดาจึงไม่ใช่ทรัพย์สินของนายบุญทรง ทั้งยังไม่ปรากฏว่านายบุญทรงครอบครองอสังหาริมทรัพย์ที่จะถูกยึดหรืออายัดเพื่อขายทอดตลาด มีเพียงที่ดินตามหนังสือรั บรองการทำประโยชน์ เลขที่ 662 ต.สมอโคต อ.บ้านตาก จ. ตาก ของภรรยานายบุญทรงที่ซื้อมาตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งอาจเป็นสินสมรสมูลค่าประมาณ 2.5 แสนบาท แต่ที่ดินดังกล่าวก็มีการจำนองต่อบุคคลภายนอกไปแล้ว ในขณะที่เงินสด เงินฝาก นาฬิกาข้อมือ ที่แสดงทรัพย์สินไว้ต่อ ปปช.ก็มีการถอนเงินฝากและนำทรั พย์สินออกจำหน่ายเพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นหมดสิ้นแล้ว จึงฟังไม่ได้ว่า หากศาลไม่มีคำสั่งทุเลาการยึดอายัดทรัพย์ดังกล่าวไว้ก่อนจะทำให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายร้ายแรงแก่นายบุญทรงจนยากแก่ การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง จึงให้ยกคำร้อง

 

ยิ่งดิ้นยิ่งรัด!! บุญทรง เดินหน้ายื่นศาลปกครอง ขอทุเลาอายัดทรัพย์ อ้างไม่ทุเลาจะทำให้เดือดร้อนหนัก

ทั้งนี้ หากพิจารณาตามแนวทางที่กรมบังคับคดี และกระทรวงการคลัง ชี้แจงคัดค้านการขอทุเลาคำสั่งอายัดทรัพย์ในกรณีนายบุญทรงกับพวก คาดว่าที่ศาลปกครองกลางแจ้งให้หน่วยงานดังกล่าวทำคำชี้แจงคัดค้านคำขอทุเลาคำสั่งอายัดทรัพย์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีมีคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ ที่ 453/2559 ลงวันที่ 19 กันยายน 2559 ให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐในโครงการรับจำนำข้าว 3.5 หมื่นล้าน กลับมาภายใน 15 วันนับแต่วันที่ 24 ก.ค. ทั้งกรมบังคับคดี และกระทรวงการคลังน่าจะอ้างเหตุผลคัดค้านเช่นเดียวกับที่ใช้อ้างในกรณีของนายบุญทรงกับพวก ว่าคำสั่งกระทรวงพาณิชย์และการอายัดทรัพย์นั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว หากมีการทุเลาคำสั่งอายัดทรัพย์อาจทำให้เกิดการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินจนไม่สามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนให้รัฐได้เนื่องจากมูลค่าความเสียหายสูงมาก อีกทั้งแม้ว่าศาลจะมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายหน่วยงานรัฐก็สามารถเยียวยาได้ ไม่ได้ทำให้เกิดเหตุที่ยากแก่การเยียวยาในภายหลังแต่อย่างใด

 

ยิ่งดิ้นยิ่งรัด!! บุญทรง เดินหน้ายื่นศาลปกครอง ขอทุเลาอายัดทรัพย์ อ้างไม่ทุเลาจะทำให้เดือดร้อนหนัก

 

ยิ่งดิ้นยิ่งรัด!! บุญทรง เดินหน้ายื่นศาลปกครอง ขอทุเลาอายัดทรัพย์ อ้างไม่ทุเลาจะทำให้เดือดร้อนหนัก