หมากเกมอันเจ้าเล่ห์!! "ยะใส" เชื่อมีขบวนการหยิบคำพิพากษาคดีโกงข้าว ไปขยายผล-สร้างสถานการณ์แน่ เตือนรัฐฯ ระวังพวกบิดเบือน 

ติดตามข่าวสารที่ www.tnews.co.th

 

หมากเกมอันเจ้าเล่ห์!! "รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต สุริยะใส  กตะศิลา" เชื่อมีขบวนการหยิบคำตัดสินคดี "โกงข้าวหญิงปู" ไปสร้างสถานการณ์บางอย่างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เครือข่ายตัวเองได้ประโยชน์แน่ ยันการแสดงออกเพื่อให้กำลังใจก็เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ที่น่าห่วงคือมีขบวนการบิดเบือนข้อเท็จจริง เตือนฝ่ายรัฐฯ อย่าดูเบาสถานการณ์ ทั้งก่อนและหลังวันที่ 25 ส.ค. นี้ ต้องจับตาตลอด ขณะฝ่ายรัฐฯ ยันใช้กฎหมายปกติจัดการหน้าศาล


ความเคลื่อนไหวทางการเมืองช่วงนี้ คงไม่มีอะไรร้อนแรงไปกว่า การที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำพิพากษาคดีทุจริตจำนำข้าว ซึ่งมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นจำเลยในวันที่ 25 สิงหาคมที่จะถึงนี้ โดยประเด็นหนึ่งที่สังคมยังค้างคาใจก็คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะหนีหรือไม่ แล้วถ้าจะหนีจะหนีเมื่อไหร่


ต่อกรณีนี้ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) ซึ่งถือเป็นบุคคลที่วิเคราห์การเมืองแม่นที่สุดคนหนึ่ง ให้ความเห็นต่อกรณีนี้ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวไว้อย่างน่าสนใจว่า โดยส่วนตัวตนเห็นว่ามีความเป็นได้ที่จะมีขบวนการขยายผลเรื่องคดีทุจริตจำนำข้าวของน.สยิ่งลักษณ์ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมือง หรือเพื่อหวังสร้างสถานการณ์บางอย่างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่พวกตัวเองได้ประโยชน์ เหตุนี้ จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นการเคลื่อนไหวของมวลชนในช่วงนี้ 


"ถ้าทำกันอยู่ในระดับที่เป็นการแสดงออกเพื่อให้กำลังใจก็เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ที่น่าห่วงคือมีขบวนการบิดเบือนข้อเท็จจริงและประเด็นสำคัญที่ศาลพิจารณาไต่สวนเพื่อชี้นำหรือตั้งธงล่วงหน้าในคำพิพากษาของศาลในวันที่ 25 ส.ค.นี้ แม้ขณะนี้จะไม่มีใครทราบว่าคำพิพากษาจะออกมาทางใด แต่ก็มีความพยายามของคนบางกลุ่มปล่อยข่าวด้วยการวาดภาพให้ประชาชนคล้อยตามว่า คำตัดสินจะเป็นส่วนหนึ่งของการกลั่นแกล้งทางการเมือง จึงอยากให้ทุกฝ่ายรอฟังคำพิพากษาของศาลจะดีที่สุด และที่สำคัญคดีนี้สามารถอุทธรณ์ได้" รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต ระบุ

 

 

หมากเกมอันเจ้าเล่ห์!! "ยะใส" เชื่อมีขบวนการหยิบคำพิพากษาคดีโกงข้าว ไปขยายผล-สร้างสถานการณ์แน่ เตือนรัฐฯ ระวังพวกบิดเบือน 


รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต ยังระบุด้วยว่า สังคมไทยได้เรียนรู้บทบาทของกระบวนการยุติธรรมในช่วงวิกฤติการเมืองมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะคดีซื้อขายที่ดินรัชดา และยึดทรัพย์นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กว่า 4. หมื่นล้าน ที่แม้จะเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากก่อนคำพิพากษา แต่ภายหลังคำพิพากษาออกมาสังคมส่วนใหญ่ก็รับได้ด้วยข้อเท็จจริง และความเป็นเหตุเป็นผลของคำพิพากษา 

"ครั้งนี้ก็เช่นกันไม่ว่าคำพิพากษาจะออกมาทางใด เชื่อว่าสังคมไทยจะยอมรับในที่สุด แต่ก็อยากเตือนเจ้าหน้าที่ว่าอย่าประมาทสถานการณ์ ไม่ใช่แค่จับตาเฉพาะวันที่ 25 ส.ค. นี้เท่านั้น เพราะทั้งก่อนและหลังวันที่ 25 ส.ค. นี้ ก็ต้องจับตาอยู่ตลอด"  นายสุริยะ ใส ให้แง่คิด 

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับความเคลื่อนไหวของฝ่ายรัฐที่จะรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว  พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การดูแลความเรียบร้อยในวันที่ 1 ส.ค.ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะแถลงปิดคดีด้วยวาจาต่อศาลในคดีโครงการรับจำนำข้าวว่า ยังใช้กฎหมายตามเกณฑ์ปกติเหมือนทุกครั้งในการดูแลความสงบเรียบร้อย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลเรื่องการจัดระเบียบบริเวณศาล เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อการจราจร และดูแลเรื่องความปลอดภัย ทั้งนี้คงไม่มีการกำหนดพื้นที่พิเศษบริเวณด้านหน้าศาล เพราะเป็นการดูแลตามกรอบปกติ ในส่วนของตนทางศาลก็ไม่ได้ประสานขอให้ดูแลเพิ่มเติมอะไรเป็นพิเศษ