- 02 ส.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด : http://www.tnews.co.th
จากกรณี นายอภิรมย์ แก่นสาร อายุ 25 ปี หนุ่มโชคร้ายไม่มีเงินหลักแสนในวันที่ประสบอุบัติเหตุเข้ารักษาอาการในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ต้องถูกตัดขาทิ้งเนื่องจากติดเรื่องเงินจำนวน 1 แสนบาทจ่ายให้แพทย์ทันทีที่เข้ารับการรักษาอาการ จนต้องกลายเป็นคนพิการเสียขาหนึ่งข้าง ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับระบบสาธารณสุขเมืองไทยอีกครั้ง ว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ประการใด และรายละเอียดของปัญหาคือจุดไหนที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ต้องเร่งแก้ใขเพราะเป็นประเด็นวิกฤตอย่างแท้จริง เพื่อไม่ให้เกิดการส่อเสียดการทำงานของแพทย์ พยาบาลที่เสียสละทุ่มเทเวลาอย่างเต็มที่ในการดูแลรักษาคนเจ็บไข้ได้ป่วยอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายแพทย์วิศิษฎ์ ตั้งนภากร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ กรม สบส.ได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่จากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ และกองกฎหมาย ตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าวเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากเวชระเบียน และเอกสารทางการแพทย์ว่ามีการปล่อยปละละเลย ไม่ให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วยตามที่มีการเผยแพร่ข่าวหรือไม่ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่จะมุ่งตรวจสอบในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ทั้ง 2 ประเด็น ได้แก่ (1) ในขณะที่เกิดเหตุแพทย์ผู้ให้บริการมีการดำเนินการรักษาพยาบาลผู้ป่วยถูกต้องตามมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่ หากตรวจพบว่าแพทย์ผู้ให้บริการมิได้มีการดำเนินการรักษาพยาบาลผู้ป่วยให้ถูกต้องตามมาตรฐานวิชาชีพ ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลจะถือว่ามีความผิดตามมาตรา 34
(2) ของพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2559 ฐานไม่ควบคุมและดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพของตน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และในส่วนของแพทย์ผู้ให้บริการ จะส่งเรื่องให้แพทยสภาพิจารณาเอาผิดด้านจริยธรรมต่อไป และ 2) ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าวมีการประเมิน และช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งอยู่ในสภาพอันตรายและจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลเพื่อให้พ้นจากอันตรายตามมาตรฐานวิชาชีพ
หรือถ้ามีความจำเป็นต้องส่งต่อหรือผู้ป่วยมีความประสงค์จะไปรับการรักษาพยาบาลที่สถานพยาบาลอื่น ได้จัดให้มีการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลอื่นอย่างเหมาะสมหรือไม่ หากไม่มีการดำเนินการตามมาตรฐาน ถือว่ามีความผิดตามมาตรา 36 ของ พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 พ.ศ.2559 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขณะที่เรื่องดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวโลกโซเชียลเป็นอย่างยิ่ง โดยส่วนใหญ่ได้เข้ามาแสดงความเห็นถึงการทำงานของผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิ
