- 02 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารที่ www.tnews.co.th
“สุริยะใส กตะศิลา อดีตผู้ประสานงานพันธมิตรฯ ” ทำความเห็นแย้งถึง "ป.ป.ช." หวังเพื่อนำไปพิจารณาอุทธรณ์คดีสลายพันธมิตรฯ อีกรอบ ระบุ เพื่อให้ความแคลงใจของสาธารณชนสิ้นกระแสความในเรื่องนี้ พร้อมลงรายละเอียด 3 ประเด็นสำคัญ
วันนี้ (2 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยกฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ , พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ , พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ และ พลตำรวจโทสุชาติ เหมือนแก้ว คดีสั่งสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เมื่อช่วงสายที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดต่อกรณีนี้ ในโลกออนไลน์ พบว่าในเฟซบุ๊กส่วนตัวของ "นายสุริยะใส กตะศิลา" รองอธิการบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต อดีตผู้ประสานงานพันธมิตรฯ ได้โพสต์ข้อความที่น่าสนใจชิ้นหนึ่ง เป็นการทำความเห็นแย้ง และหวังให้ ป.ป.ช. นำไปพิจารณาเพื่อขออุทธรณ์ และเพื่อให้ความแคลงใจของสาธารณะสิ้นกระแสความ
โดยนายสุริยะใส ระบุรายละเอียด ทั้งหมด คือ
"ว่าด้วยคดีสลายการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 7 ตุลาคม 2551"
ความเห็นแย้งและหวังว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุริตแห่งชาติ(ปปช.)ในฐานะที่เป็นโจทก์จะได้นำไปพิจารณาเพื่อขออุทธรณ์และเพื่อให้ความแคลงใจของสาธารณะสิ้นกระแสความดังนี้
1. ที่ระบุว่าการสลายการชุมนุมครั้งนี้เป็นไปตามหลักสากลนั้น ขอโต้แย้งว่าก่อนหน้านี้มีคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดได้ระบุว่าการสลายชุมนุมไม่เป็นไปตามหลักสากลและเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุเป็นการละเมิดผู้ชุมนุม นอกจากนี้ข้อเท็จจริงที่มีพยานหลักฐานสำคัญพบว่าแก๊สน้ำตาเป็นแก๊สหมดอายุการใช้งาน จนทำให้ผู้ชุมนุมหลายคนบาดเจ็บต่อเนื่องเรื้อรัง แขนขาพิการตาบอดในภายหลังก็มี และวิถีการยิงเป็นการยิงวิถีตรงใส่ผู้ชุมนุมแทนที่จะเป็นวิถีโค้งตามหลักสากล ทำให้มีคนบาดเจ็บ และเสียชีวิตทันที
2. ที่ระบุว่าเป็นการชุมนุมไม่สงบผู้ชุมนุมพกพาอาวุธไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญนั้น การชุมนุมยืดเยื้อ 193 วันของพันธมิตรฯ มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบและเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญคำพิพากษาของศาลอาญาหลายคดีที่มีการดำเนินคดีกับแกนนำพันธมิตรฯ นั้นศาลอาญาระบุไว้หลายคดีว่าเป็นการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญและเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะไม่ใช่เพื่อตัวเองและทำให้ประชาชนรับรู้ถึงความไม่ชอบมาพากลของรัฐบาลในขณะนั้น
3. ที่ระบุว่าจำเลยทั้ง 4 ไม่มีเจตนานั้น มีพยานหลักฐานที่เป็นคลิปวิดีโอในเหตุการณ์พบว่าพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่บางคนทั้งช่วงยิงแก๊สน้ำตาและช่วงใช้กระบองทุบตีผู้ชุมนุมก็กระทำไปโดยความสะใจ ที่สำคัญการจัดขบวนของเจ้าหน้าที่ตอนเช้าตรู่วันที่ 7 ตุลาคม 2551 นั้นก็พบชัดเจนว่าเป็นการเตรียมพร้อมเข้าสลายการชุมนุมและปฏิเสธการเจรจากับแกนนำและตัวแทนเหมือนธรรมเนียมปฏิบัติที่เคยทำ
สุดท้ายนี้ผมหวังว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งขาติ (ปปช.) ในฐานะโจทก์จะนำพาข้อสังเกตและข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่งนี้ เพื่อพิจารณลงมติใช้สิทธิอุทธรณ์คดีให้สิ้นกระแสความและบังเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยเฉพาะคนบาดเจ็บ พิการและเสียชีวิตในเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551 ต่อไป
ด้วยความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม
2 สิงหาคม 2560
