- 04 ส.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด : http://www.tnews.co.th
สืบเนื่องจากกรณีที่สมาชิกเฟซบุ๊กใช้ชื่อ "Kunnamp Phatharaporn" ได้โพสต์ข้อความบอกเล่าเหตุการณ์ที่หนุ่มโดนแท็กซี่เฉี่ยวขาขาด ก่อนที่จะดิ้นรนขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดีให้หยิบขาตัวเองใส่น้ำแข็ง โดยในเวลาต่อมาผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าวได้แชร์ภาพชายที่ได้รับบาดเจ็บ กำลังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล พร้อมกับชูสองนิ้ว พร้อมข้อความระบุว่าให้สู้ ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุดนายเบญจวิทย์ มานีวงศ์ อายุ 27 ปี ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บขาขาด เปิดใจว่า ตอนนี้อาการดีขึ้น และเริ่มที่จะทำใจได้แล้ว หลังได้รับกำลังใจจากครอบครัวและคนรอบข้าง แต่อาจมีการเจ็บบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บนิดหน่อย
ส่วนเหตุการณ์เกิดขึ้นคืนวันอังคารที่ 1 สิงหาคม เวลา 03.00 น. ขณะที่ตนกำลังขี่จักรยานยนต์กลับบ้าน แต่ประสบอุบัติเหตุถูกรถแท็กซี่สีชมพูพุ่งชนด้านข้างรถอย่างจัง ตอนนั้นตนมีสติครบถ้วน จึงมองตามร่างกายว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้าง ก่อนจะพบว่าขาตั้งแต่ข้อเท้าลงไปขาดออก เมื่อมองหาก็พบว่าอยู่ช้างรถแท็กซี่ ที่ห่างออกไปประมาณ 4-5 เมตร แต่ตนไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ พอดีกับมีน้องพลเมืองดีเข้ามาช่วยเหลือ ตนจึงขอให้ช่วยเดินไปเก็บขามาให้ พร้อมกับวานให้ไปซื้อน้ำแข็ง เอามาใส่ขาไว้
ซึ่งตรงนี้ตนอยากจะขอขอบคุณน้องพลเมืองดีที่เข้ามาช่วยเหลือ แต่แพทย์ได้แจ้งว่าไม่สามารถต่อกลับมาเหมือนเดิมได้ เพราะเซลล์ที่ขาได้ตายแล้ว ส่วนทางด้านคดีความเบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำแล้ว แต่ยังไม่ได้เข้าไปแจ้งความ คาดว่าน่าจะเป็นวันที่ 4 ส.ค. ขณะที่คู่กรณีตั้งแต่เกิดเรื่องตนยังไม่เห็นหน้าเลย ไม่มาแสดงตัว หรือขอโทษ ทั้งนี้ตนยอมรับว่าที่เกิดขึ้นมันเป็นอุบัติเหตุ ไม่ได้มองว่าใครเป็นฝ่ายผิด แต่ก็อยากจะให้มารับผิดชอบตนบ้าง
ด้าน นายธวัชชัย ชาญกระบี่ พลเมืองดีที่เข้าช่วยเหลือ เปิดใจว่า ตนขี่จักรยานยนต์ตามผู้ได้รับบาดเจ็บมา แล้วเห็นว่าเกิดอุบัติเหตุจึงลงไปสอบถามว่ามีอะไรให้ช่วยเหลือไหม ก่อนจะพบว่า บริเวณขามีเลือดไหลออกมาตลอดเวลา และเขาก็ได้บอกให้ตนช่วยเดินไปหยิบขาให้ ตนยอมรับว่าเห็นทีแรกตนกลัวมาก แต่ก็อยากจะช่วย ซึ่งหลังจากเก็บมาแล้วเขาก็บอกให้ไปซื้อน้ำแข็งมาใส่
ขอบคุณที่มา : เรื่องเล่าเช้านี้ ช่อง 3
