- 09 ส.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด : http://www.tnews.co.th
สืบเนื่องจากเหตุการณ์ระทึกเมื่อเฟซบุ๊ก "องค์การบริหาร องค์การนักศึกษา ม.อ. ปัตตานี" รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่กลุ่มนักศึกษา บริเวณริมถนนหน้าบ้านพัก ภายในซอยเจริญประดิษฐ์ ต.รูสะมีแล อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าผู้ก่อเหตุเป็น สิบเอกทหารรายหนึ่ง สังกัดกองร้อยทหารพราน รับผิดชอบในเขตพื้นที่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเกลี่ยกล่อมกว่า 10 นาทีก่อนที่จะวางปืนและให้จับกุมนั้น (คลิกอ่านข่าวก่อนหน้า : รูู้ความจริงถึงอึ้ง!! องค์การนักศึกษา ม.อ. ปัตตานี แจงชัดเหตุทหารพรานยิงสนั่นกลางเมือง นศ.หนีตายวุ่น ตรงข้ามให้ปากคำทะเลาะเมียทำปืนลั่น??)
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่าได้สั่งการไปถึงต้นสังกัดให้ดูแลเรื่องคดีอาญาและวินัยแล้ว โดยเฉพาะการของดบำเหน็จและบำนาญ พร้อมดำเนินการสั่งขังทหารคนดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ในฐานะผู้บังคับบัญชายืนยันว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาขอให้ทุกคนสบายใจได้ จะไม่มีการเล่นพรรคเล่นพวกเพื่อช่วยเหลือกันอย่างแน่นอน เพราะโดยหลักปฏิบัติการเป็นข้าราชการทหารไม่สามารถประพฤติปฎิบัติในลักษณะดังกล่าวได้ หรือแม้แต่จะเป็นช่วงลาพักก็ต้องพึงสำนึกว่าต้องอยู่ในฐานะการเป็นประชาชน ไม่สามารถพกปืนไปก่อเหตุให้เกิดความวุ่นวายได้ และจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าเป็นการกลับบ้านไปก่อเหตุเพราะทะเลาะกับภรรยาแล้วดื่มเหล้าจนเมาไม่ได้สติ
ขณะที่การดำเนินคดี ทางด้านสภ.เมืองปัตตานี ได้แจ้งดำเนินคดี 5 ข้อหากับส.อ.ปรีชา อินทะรังษี ประกอบด้วย 1.พยายามฆ่าโดยเจตนา 2.ข่มขู่ให้ตกใจกลัว 3.ทำให้เสียทรัพย์ 4.พกพาอาวุธปืนและ 5.ยิงปืนในที่สาธารณะ แต่ทางผู้ต้องหาคงให้การปฏิเสธข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น
ก่อนหน้านั้น มีรายงานว่า อาจารย์ขวัญชัย ทีมงานกิจกรรมนักศึกษา กองกิจการนักศึกษา และทีมงานองค์การฯ 60 ได้ลงพื้นที่ไปยังสภ.เมืองปัตตานี และได้ทราบข้อเท็จจริงว่าทหารคนดังกล่าวไม่ได้ทำปืนลั่น แต่ตั้งใจยิงขู่บริเวณใกล้ลำตัวนักศึกษาจำนวน 3 นัด และเล็งปืนไปยังนักศึกษาอีกคนพร้อมพูดจาข่มขู่อีกด้วย ตามด้วยยิงปืนขึ้นฟ้าอีก 2 นัด ซึ่งนายทหารคนนี้จะต้องขึ้นศาลทหารอีกครั้ง และว่ากันตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป ซึ่งภายในวันที่ 9 ส.ค.60 เวลาบ่ายโมง จะมีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุ (ซอยบุหงารายา)
